เรื่องของระดับของคุณภาพบทความและรูปแบบการคัดลอกทำซ้ำดัดแปลง และรีไรท์บทความ รวมไปถึงการกำเนิดบทความใหม่ในรูปแบบต่างๆ นั้นถือเป็นเรื่องสำคัญประเด็นหนึ่งที่นักเขียนบทความควรทำความเข้าใจ และแยกแยะให้ออก
ในปัจจุบันความต้องการบทความนั้นถือว่าอยู่ในระดับที่สูงมากขึ้นทุกที
ในยุคที่สื่อออนไลน์ในอินเทอร์เนทเป็นสิ่งจำเป็นไปแล้วสำหรับชีวิตผู้คน
หลายคนเป็นนักเรียนนักศึกษาต้องทำรายงานส่ง
หลายคนจำเป็นต้องมีเวปไซต์ประจำตัวของตัวเอง หลายองค์กรหน่วยงาน และสถานประกอบการห้างร้านบริษัทต่างๆ จำเป็นต้องมีเวปไซต์เป็นของตน และหลายคนที่ต้องการหารายได้
จากการสร้างเวปไซต์ที่มีบทความดีๆและอัปเดทอย่างต่อเนื่อง
แต่การเขียนบทความเนื้อหาข้อมูล
ให้ได้ดีนั้น
ไม่ใช่สิ่งที่จะทำกันได้ในทุกคน
นอกจากจะต้องเหนื่อยแรงกายแล้ว ยังต้องเหนื่อยแรงเค้น
สมองอารมณ์ความคิดอีกด้วยกว่าจะได้บทความแต่ละบท
นอกจากจะพยายามฝึกฝนการเขียนด้วยตัวเองแล้ว
บางคนก็หันไปเลือกใช้วิธีซื้อบทความ
บางคนใช้วิธีจัดจ้างนักเขียนบทความ
และบางคนใช้การลอกบทความ
แต่การลอกบทความนั้น
อันแท้ที่จริงแล้วถือเป็นเรื่องที่สามารถฟ้องร้องกันได้
ซึ่งบางทีแล้วการฟ้องร้องค่าเสียหาย
ยิ่งกลายเป็นสิ่งที่คุ้มค่าอย่างยิ่งกว่ารายได้ของตัวบทความเองด้วยซ้ำ ในระยะแรกนั้นมักเป็นเรื่องที่ผู้ถูกละเมิดมักจะไม่อยากเหนื่อยตามเอาเรื่องกับใครแต่เมื่อเริ่มมีกรณีตัวอย่างหลายๆกรณี และค่าเสียหายที่ได้รับค่อนข้างเป็นจำนวนพอสมควร
ทำให้ระยะหลังๆมีการติดตามเอาเรื่องกันอย่างไม่ลดละในหลายๆครั้ง
โดยเฉพาะสำหรับเวปไซต์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีบริษัทจดทะเบียนด้วยแล้ว ยิ่งเป็นเรื่องที่เสียหาย
ไม่คุ้มค่ากับการนำบทความที่มาจากการลอกบทความนำมาใช้
การคัดลอกดัดแปลง และรีไรท์บทความ
รวมไปถึงการกำเนิดบทความใหม่ในรูปแบบต่างๆ
นั้นมีหลายลักษณะ
โดย ในที่นี้ผู้เขียนกำหนดเกรดไว้ดังนี้ คือ
วิธีนี้ใช้การก๊อปปี้
แล้วเอามาพาท ลงในเวปของตัวเองแบบตรงๆขโมยดื้อๆเลยโดยไม่ได้ขออณุญาต นี่คือวิธีการที่ทุเรศที่สุด และสะดวกที่สุด วิธีนี้มักใช้กันในเวปที่ทำในลักษณะปั่น
หรือเวปขยะทั้งหลาย
แต่ระยะหลังๆระบบของเสริจเอนจิ้นมีวิธีจัดการกับเวปที่สร้างทีหลังแต่มีบทความซ้ำชาวบ้าน
ด้วยบทลงโทษนานาชนิด อย่างเช่นการให้หลุดออกจากการค้นหาของเสริจเอนจิ้นเป็นต้น
2.
บทความแบบตัดต่อคำ Article editing หรือ AET
การต่อเติมคำ
ใช้การต่อเติมคำตัดตอนคำตัดแปะบางวรรคบางท่อนเพื่อให้แนบเนียน
แต่การทำแบบนี้นั่นคือการทำลายธรรมชาติของอรรถรสในเนื้อหา ทำให้กลายเป็นได้บทความที่มีความตกเกรด
3.บทความแปลงสำนวน
Article adapt phrase หรือADP
ใช้การแปลงสำนวน
ในระดับนี้จะเริ่มยกระดับจากการก๊อปมาเริ่มกลายพัณธ์เป็นการรีไรท์ขึ้นมาระดับนึงวิธีนี้ คือการเล่าเรื่องเรียบเรียงในเนื้อเดียวกัน แต่น้ำไม่เหมือนกัน มีการปรุงแต่งสำนวน
แต่วิธีนี้ผู้รีไรท์จะต้อง มีวาทศิลปในด้านสำนวนที่เก่งกาจจึงจะสามารถ ใส่อรรถรสเข้าไปชดเชย
การตกเกรดของบทความที่เสียรูปธรรมชาติไป
4.บทความปรับแก้ Article
Correction
หรือ ACR
ใช้การแปลงสำนวน
และเรียบเรียงใหม่ และเพิ่มเติมข้อมูล
และเพิ่มคำที่ควรเพิ่มเพื่อให้บทความมีพลังขึ้น
วิธีนี้ก็คือไปเอาบทความของชาวบ้านมาโมดิฟลายอัพเกรด
วิธีนี้จัดว่าเป็นการรีไรท์เต็มระดับ
แต่ผู้เขียนต้องมีความสามารถในการเรียบเรียงที่เก่ง มองเห็นจุดบกพร่องของการเรียบเรียง ของต้นฉบับ
และนำเอามาเรียบเรียงใหม่ เพิ่มคำและภาษาเข้าไป ใส่สำนวนเข้าไปด้วย
อีกทั้งขยายเพิ่มเติมข้อมูลบางส่วนเข้าไปอีกด้วย การรีไรท์ในระดับนี้จะเริ่มต้องใช้สมองมากขึ้น
ค่อนข้างเหนื่อยเช่นกัน แต่ก็ถือว่า ยังเป็นรูปการที่ฉกฉวยงานเขียนของชาวบ้านอยู่ในระดับหนึ่งอยุ่ดี
5.บทความแบบเวอร์ชั่นใหม่
Article newVersion
หรือ ANV
ใช้การอ่านและสรุปทำความเข้าใจและเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งฉบับโดยอาศัยองค์ความรู้ที่ได้อ่านจากบทความนั้น
จัดทำการเรียบเรียงและเล่าเรื่องด้วยสไตล์ของตนเอง
การรีไรท์ในระดับนี้เริ่มอยู่ในจุดที่เริ่มจะยอมรับกันได้ในวงการ
ของบทความแต่ทว่า เวลาที่คนอ่านก็จะพบว่าบทความ สองบทความคือการกล่าวถึงเรื่องเดียวกัน เหมือนดูหนังที่อาศัยตำนานเดียวกันแต่ทำกันคนละเวอร์ชั่น และยังอาศัยรากเหง้าของอีกเวอร์ชั่นมาใช้อีกด้วย
6.บทความแบบเพิ่มคุณภาพ Article
Upgrade
หรือ A-UP
ใช้การรวบรวมอ่านบทความจากหลายแห่งที่เป็นเรื่องในหมวดหมู่ร่วมกัน
นำเอาองค์ความรู้หรือเนื้อหาจากหลายแห่งมาประกอบเข้าด้วยกัน
วิธีแบบนี้จัดว่าเป็นวิธีที่บทความมีการกำเนิดใหม่
และเริ่มมีส่วนในการช่วยเพิ่มความรู้จรรโลงโลก เริ่มมีประโยชน์ในตัวของมันไม่ซ้ำซากกับสิ่งที่มีอยู่เดิม
เพราะบทความนี้คือการกลั่นกรองความรู้จากหลายแห่ง
นำมาผสมกันกระชับร่วมกันและรวบรวมต่อเนื่องกัน
แต่ผู้เขียนควรมีความฉลาดในเล็งเห็นจุดเชื่อมโยงกัน
และต้องมีสำนวนและสไตล์การเขียนที่มีอรรถรสอีกด้วย
7.บทความจากตัวตน
ความคิด Article Body SENSE หรือ A-SENSE
บทความที่ถ่ายทอดความรู้
ความคิดอ่านมุมมอง จากของตัวเองล้วนๆ ไม่ลอกใคร
อาจจะเหมือนบทความอื่นบ้างแต่ก็ไม่ได้เจตนาตั้งใจ
ซึ่งบทความลักษณะนี้นั้น
มีความกำเนิดเองจากผู้เขียนแทบทั้งหมด ผู้เขียนต้องถ่ายทอดอารมณ์
ความคิด ความรู้สึก ความรู้และจินตนาการเข้าไปล้วนๆ จัดเป็นบทความที่ต้องใช้พลังเป็นอย่างมาก
และยังสามารถเกิดเนื้อหาแปลกใหม่ขึ้นมาได้อีกด้วย
8.บทความแห่งการสรรค์สร้าง Article Creative หรือ ACT
บทความที่อาศัยการศึกษา
การคิดค้น หรือแม้แต่ถึงขั้นทำวิจัย ให้ลึกซึ้งแตกฉานในระดับที่เกิดการผลักดันองค์ความรู้ให้ก้าวเพิ่มมากขึ้น ในเรื่องที่ต้องการเขียน
คิดอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะลงมือเขียนแต่ละบรรทัด หรือหากเป็นบทความประเภท แนวคิดหรือปรัชญาหรืออรรถรสทางจิตใจ ผู้เขียนก็ได้ตั้งใจทำอารมณ์ รวบรวมจิตวิญญาณ ใส่เข้าไปในตอนเขียน
หรือเรื่องที่ต้องใช้จินตนาการ และฟิลลิ่งในการเขียนผู้เขียนก็ได้ เฝ้ารอจังหวะที่จิตใจความคิดมีมากในพลังเหล่านั้นจึงได้ลงมือถ่ายทอดลงไป หรือบางบทความ ที่ต้องอาศัยแม้แต่การเฝ้ารอในสภาวะที่หยั่งรู้ถึงมุมมองเหล่านั้น ก่อนจึงจะลงมือเขียนได้ บทความในระดับนี้ถือว่าเป็นบทความที่มีจิตวิญญาณ อยู่ในบทความและมีคุณภาพในแง่ของความตั้งใจทำอย่างเข้มข้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น