วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

วิธีการเขียนบทความวงการยานยนต์



สำหรับการเขียนบทความในวงการยานยนต์นั้นสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องมี นั่นก็คือความคลุกคลีเข้าใจกับเรื่องต่างๆในโลกของยานยนต์อย่างพอสมควร เพราะว่าเรื่องต่างๆในวงการนี้ จะต้องมีศัพท์เทคนิค และมีการอิงหลักวิชาของ ระบบกลศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องพอสมควร

หากว่าคุณอาศัยลำพังใช้วิธีหาข้อมูลในอินเทอร์เนท แล้วเอาคำต่างๆมาเล่าปะติดปะต่อกัน โดยไม่เข้าใจหลักการสัมพัณธ์ของกลศาสตร์ยานยนต์บ้างเลยสักนิด แล้วล่ะก็คุณก็จะสร้างบทความออกมาได้ผิดเพี้ยนเอาง่ายๆ

ดังนั้นสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจก็ควรศึกษาในเชิงลึกสักเล็กน้อยอาจไม่ต้องลึกมากในระดับของช่างก็ได้ แต่ต้องลึกพอที่จะเข้าใจวงการคนเล่นรถได้ในระดับหนึ่ง

เข้าใจว่าระบบอะไรมันคืออะไร นอกจากนี้ยังควรต้องติดตามกระแสวงการในแง่ของการตลาดรถยนต์อีกด้วย รู้จักการเปรียบเทียบ รู้จักการจับประเด็นข้อดีข้อด้อย รู้กระแสความนิยม และรู้กระแสที่น่าจับตาเหล่านี้เป็นต้น




 ตัวอย่างการเขียนบทความในวงการยานยนต์ของผม




Honda Jazz Hybrid  ยานยนต์แห่งการร่วมขับเคลื่อนมิติใหม่ ที่ไม่หยุดยั้ง

Honda Jazz เข้ามายืนหยัดในท้องตลาดเป็นเวลาพอสมควร จัดเป็นรถรุ่นยอดนิยมที่พบเห็นได้มากมายบนท้องถนน กับความสำเร็จของดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวผสานความร่วมสมัย บวกกับความคล่องตัวและเสริมความกะทัดรัดได้อย่างพอดี

และในช่วงเวลาที่กระแสของวงการยานยนต์ ต่างพากันจับจ้องไปที่การสร้างสรรค์ครั้งใหม่ที่ผลักดันขึ้นไปอีกก้าวของค่าย Honda ด้วยการเกาะติดความต่อเนื่องของค่านิยม Hybrid ที่กำลังไปได้สวยในท้องตลาด นำมาซึ่งการเปิดตัว Honda Jazz Hybrid

สำหรับข้อมูลพื้นฐานในความแตกต่างของ Honda Jazz Hybrid  กับ Honda Jazz นั้นมีเพิ่มเข้ามาหลายจุดอาทิเช่นส่วนประกอบภายนอกได้ปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ให้กับ กระจังหน้าโครเมี่ยม และรูปแบบไฟหน้ารวมถึงไฟท้ายที่มาพร้อมกับไฟแบบ LED และออกแบบชุดกันชนให้ดูเป็นสปอตร์หรูมากขึ้น

นอกจากนี้ห้องโดยสารภายในยังมีการปรับรูปแบบของพวงมาลัยที่ทันสมัยยิ่งขึ้น  อีกทั้งในส่วนของเรือนไมล์ จะมีช่องสำหรับแสดงผลของระบบการทำงานทั่วไปเพิ่มเข้ามาในหลายฟังค์ชั่น ผนวกด้วยแอร์ระบบ Auto ที่สะดวกสบายเพียงสัมผัสด้วยปลายนิ้ว

ทั้งนี้ในด้านของเครื่องยนต์จะเป็นเครื่องยนตร์ในขนาด 1300cc และให้แรงม้าที่ 88 แรงม้า พร้อมด้วยระบบ i-VTEC  ซึ่งเสริมด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้า เข้ามาเป็นกำลังสำรองให้อีก 14 แรงม้า เข้ามาช่วยการทำงานอีกด้วย

ส่วนในชุดเกียร์นั้น จัดการระบบเกียร์ด้วยระบบ CVT  ที่ส่งเสริมความประหยัดในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในรถรุ่นนี้จะไม่มียางอะไหล่มาให้เพื่อความจำเป็นต้องสร้างพื้นที่สำหรับการติดตั้งแบตเตอรี่ที่จำเป็นสำหรับระบบไฮบริดลงไป แต่ก็ยังได้แถมชุดปะยางและอุปกรณ์เติมลมมาให้อีกด้วย

นอกจากนี้ในส่วนของช่วงล่างนั้นทางค่าย honda ได้ปรับเซ็ทช็อกอัพและสปริงใหม่ ช่วยเสริมสมรรถนะและบุคลิคในการขับเคลื่อนที่เหนือกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในแง่ของความแตกต่างในจุดต่าง ๆ ของกลไกล ความเป็นรถไฮบริด์ในแบบของฮอนด้านั้น  ยังคงเป็นที่สังเกตุกันอยู่ว่ามีแนวทางของกลไกลการประหยัดเชื้อเพลิง ที่แตกต่างกับรถคู่แข่งสำคัญอย่าง โตโยต้าพรีอุส อยู่พอสมควรซึ่งมีจุดสังเกตุที่น่าสนใจก็คือ ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าของ Jazz Hybrid นั้นเป็นระบบ ที่ไม่ได้ทำงานแบบตลอดเวลา และจะทำงานแค่ช่วงระยะของการออกตัวไปจนถึงความเร็วที่กำหนดระยะหนึ่ง จากนั้นจะทำหน้าที่เป็นไดชาร์จ ซึ่งในขณะทีไฮบริดในค่ายอื่นๆนั้นใช้ระบบที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ ประสานกับระบบสันดาปภายใน

 ส่วนข้อสังเกตุต่อมาคือ ระบบพวงมาลัยไฟฟ้ายังมีจุดที่ตอบสนองได้ช้า และในส่วนของคันเร่งยังมีอาการ "อันเดอร์เสตียร์" หรืออาการที่เรียกกันว่า "หน้าดื้อโค้ง"  รวมถึงอัตตราการประหยัดน้ำมันที่อาจยังทำได้ไม่โดดเด่นแซงหน้าคู่แข่งรายอื่น ๆ แต่สำหรับข้อดีของ Honda Jazz Hybrid  นั้นก็ทดแทนมาด้วยระบบช่วงล่างที่ขับเคลื่อนได้ความรู้สึกที่ดีและมีประสิทธิภาพ รวมถึงระบบเบรกที่มีความโดดเด่นมากรองรับความมั่นใจได้

ในส่วนของความเร็วแม้จะทำได้ไม่หวือหวาอะไรนักแต่ก็ทดแทนด้วย อัตราเร่งที่มีความคล่องแคล่วว่องไว ขับสนุกได้โดยเฉพาะการขับในเมือง ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังต้องการมองหารถไฮบริดที่ถูกใจมาใช้สักคัน โดยเฉพาะกับรถยนต์ที่มีรูปทรงการออกแบบมีเสน่ห์เฉพาะตัวอย่าง  Honda Jazz Hybrid ที่พร้อมเคียงข้างไปกับการโลดแล่นด้วยลุคที่ล้ำเทคโนโลยี บ่งบอกไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างชัดเจน

วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

วิธีการเขียนบทความวงการภาพยนตร์

หลักการเขียนบทความแนะนำหนังหรือวิจารณ์หนังนั้น หลักสำคัญที่สุดเลยคือคุณต้องเข้าใจความต้องการของแฟนหนังแต่ละแนวครับ และนอกจากนั้นยังแยกอีกคือเข้าใจความต้องการของแฟนหนังคนละจุดประสงค์

เริ่มจากคนละแนวในที่นี้นั้นหมายถึงว่า คุณต้องเข้าใจวัฒนธรรมของหนังแบบไทย เกาหลี จีน  ญี่ปุ่น อเมริกา  หนังเคาบอย หนังเจ้าพ่อ หนังแอ๊คชั่น ดราม่า หนังโรแมนติค

มันก็เหมือนคุณต้องเข้าใจมุมมองที่ต่างกันมากๆอย่างเช่น หนังไทยแนวเด็กวุ่นรักเรื่องนึง กำลังดำเนินไป พระเอกหน้าใสขาวๆกำลังทำเท่ห์เรียกเสียงกรี๊ดจากผู้ชม สมมุติว่าพระเอกหนังไทยนั้นหลุดไปอยุ่ในโลกของหนังเคาบอยแบบอเมริกา ทันทีแบบกระทันหัน คุณลองคิดเล่นๆว่า พวกหนังเคาบอยจะมองพระเอกในหนังไทยว่าอะไร และจะพูดอะไรกันบ้างระหว่างคนจากโลกสองแบบ

คือผมจะบอกว่าสิ่งที่เรากรี๊ดมันอาจเป็นสิ่งที่เห่ยของอีกโลกเสมอ
ดังนั้นคุณต้องแยกให้ออกว่า หนังประเภทอะไร  คอหนังแฟนหนังของกลุ่มนั้นเขาต้องการอะไร และตอบโจทย์ให้แฟนของเขาได้หรือไม่

เพราะถ้าคุณเอารสนิยมส่วนตัวไปดูหนังที่คุณดูไม่เป็น ขาดความเข้าใจว่าอะไรคือเจ๋งไม่เจ๋งในโลกของหนังแนวนั้น และใช้บรรทัดฐานของหนังแนวคุณวัดผลมันล่ะก็  คุณจะเป็นนักวิจารณ์หนังที่เข้าไม่ถึง

คุณต้องทำตัวให้เข้าใจให้ได้หากว่าคุณเป็นผู้ชาย คุณก็ต้องหาทางเข้าใจบ้างว่าการ์ตูนผู้หญิงแบบไหน มันคือการ์ตูนที่ผู้หญิงเขาบอกว่ามันส์

และนอกจากจะเข้าใจแนวทางของวงการนั้นแล้ว ยังควรเข้าใจ การแยกจุดประสงค์ของคนดูอีกด้วย
เช่น หนังแอ๊คชั่นจะมีคนที่ชอบ ความเข้มข้นของบทความหักมุมความซับซ้อนของโครงเรื่องและการลำดับเรื่องที่เฉียบคม และชอบดูบทพูด หรือชอบดูบทรัก

ในขระที่มันก็มีแฟนๆอีกจุดประสงค์หนึ่งที่ ชอบหนังแอ๊คชั่นเหมือนกันแต่ไม่ชอบให้พูดมาก ชอบแบบเปิดเรื่องมาใส่กันเลย และลุยกันไปเรื่อยๆอย่าเอาบทพูดเยอะมา  อย่าเอาบทรักมาเกี่ยวเพราะขี้เกียจดูหนังรักเป็นต้น

ดังนั้นจู่ๆคุณในฐานะนักเขียนวิจารณ์หนังคุณจะเข้าไปสรุปชี้ว่าอะไรมันห่วยหรือมันดีแบบตามใจคุณก็อาจไม่เหมาะ  นอกเสียจากว่าคุณจะชี้แจงรสนิยมส่วนตัวให้คนเข้าใจก่อนจากนั้นก็พูดตามใจคุณได้
หรือไม่งั้นคุณก็บอกเลยว่าหนังเรื่องนี้มันเหมาะกับคนกลุ่มไหนแบบไหนอย่างไร


ซึ่งผมได้นำบทความตัวอย่างต่อไปนี้ ซึ่งเป็นบทความที่ผมได้จัดส่งให้นายจ้างท่านหนึ่งของผมนำไปใช้งานแล้ว และขอสงวนสิทธิ์ให้ดูเป็นตัวอย่างสักบทหนึ่งดังนี้

ตัวอย่าง
ชวนดูหนังเรื่องซอมบี้แลนด์ZombieLand

ที่จริงแล้วตัวผมเองก็นับว่าเป็นแฟนตัวยงของหนังประเภทซอมบี้เลยทีเดียว
เมื่อผมได้ดูเรื่องนี้จบลง บอกได้เลยว่า คอหนังซอมบี้ต้องห้ามพลาด เด็ดขาด!



หนังเรื่องนี้เอาจุดเด่นของสไตล์ซอมบี้ ขนมากันได้อย่างเอกลักษณ์ที่ชัดๆมากมาย
หลายสิ่งหลายอย่างในหนังเรื่องนี้ดูกระทัดรัดลงตัวเป็นอย่างดียิ่ง



เนื้อเรื่อง
เป็นเรื่องราวของประเทศอเมริกา ที่ล่มสลายอย่างเบ็ดเสร็จแม้แต่ทำเนียบขาวก็ไม่เหลือ
ด้วยเพราะฝูงซอมบี้ที่กระจายกันไปแล้วอย่างสายเกินไปที่จะแก้ไข
ฝูงซอมบี้กระจายตัวเกินกว่า90%
จนประชากรที่ไม่ใช่ซอมบี้ นั้นคือสิ่งที่หาดูได้ยากกันไปแล้ว



หนังเรื่องนี้กล่าวถึงคนสี่คน ที่มีบุคลิคแตกต่างกันไป
แต่จัดเป็นประเภท ที่มองแล้วชวนให้เห็นด้วยว่า คนแบบในกลุ่มนี้ล่ะที่มีโอกาสสูงที่จะรอดจากฝูงซอมบี้



ชายคนแรกคือ เด็กหนุ่มตัวเล็กผอมบาง
ที่มีบุคลิคขาดความมั่นใจทำสิ่งใดคล้ายคนเก้อกังไม่ได้เรื่อง
แต่เพราะความไม่มั่นใจนี้แหละ ที่ทำให้ชายคนนี้ขี้ระแวงระวังจนต้องทำอะไรให้รัดกุมยิ่งกว่าคนปรกติ
มันเลยนำพาจังหวะชีวิตของเขาได้อย่างน่ามั่นใจเหลือล้น



เขาอาศัยการตั้งกฏเกณท์ และชอบท่องจำพูดย้ำทบทวน และหยิบจดอยู่เสมอๆ
และวินัยสูงต่อกฏอันเคร่งครัดที่ตัวเองตั้งเอาไว้ อย่างเช่นการตรวจเบาะหลังทุกครั้งก่อนขึ้นรถ
การนั่งสุขาโดยไม่หย่อนเท้าเอาไว้...



เขาอาศัยกฏเหล่านั้นเอาตัวรอดเสมอมา
เหนืออื่นใด ความเคร่งครัดของเขาทำให้เขาศรัทธาในกฏต่างๆที่ตัวเองเชื่อ
ทั้งๆที่บางไอเดียนั้นแสนจะตื้นสิ้นดี แต่เขาก็มุ่งเน้นต่อสิ่งนั้น
อย่างเช่นการออกกำลัง เพื่อการ ใส่เกียร์หมาเร็ว มีชัยไปกว่าครึ่ง
ด้วยรูปร่างที่ปราดเปรียว ทำให้เขากินนิ่มหลายต่อหลายครั้ง
ในการรับมือกับการวิ่งไล่ของเหล่าซอมบี้ มาได้เสมอ




ส่วนชายคนที่สอง อีกคนนึง เป็นชายฉกรรจ์กลางคน
ผู้ชายร่างใหญ่หน้าโหดแต่มีจิตใจละเอียดอ่อน ละมุนละไมต่อสิ่งเล็กน้อยรอบตัวที่เขารัก
รักโลกส่วนตัวอันสุนทรี อย่างสูง แถมเป็นโลกที่ค่อนข้างคิกขุในหลายๆเรื่องอีกต่างหาก
ชายผู้พอใจกับชีวิตที่เขาวางไว้และรู้สึกว่า อยู่ร่วมกับมันได้แล้ว
ได้มีโลกที่ชมชอบศิลปิน และได้อยู่ใกล้เลี้ยงดูแก้วตาดวงใจอุ้มไปอุ้มมา กอดหอมทั้งวี่ทั้งวัน
และยังได้กินขนมรสที่ชื่นชอบ คลั่งไคล้สุดๆจนเรียกได้ว่าบ้ากันไปเลย



มันคือวิมานอันโปรดปรานที่ทำให้เขาดื่มด่ำเคลิบเคลิ้มกับชีวิตที่อยู่ในจุดพอใจมาตลอด
แต่เมื่อฝูงซอมบี้ ทำลายโลกเหล่านั้นไป อีกทั้งสังหารสุดยอดดวงใจของเขา
ชายผู้นี้กลับกลายเป็น ไอ้โครตโหดได้อย่างทันที และเป็นความโหดที่เรียบง่ายคือโหดแบบตรงตัว



เมื่อผู้คนพากันหวาดกลัว ขวัญกระเจิงต่อซอมบี้ แต่สำหรับเขาซอมบี้มันคือสิ่งที่เขาอยากเจออยากอัด
เป็นอย่างมาก
คือคนที่เกลียดรังเกียจหมั่นไส้อยากอัดซอมบี้เป็นกิจวัตร
และพกความโหดแบบคนไม่มีอะไรเหลือ
พร้อมที่ จะฆ่า และตื๊บ พวกซอมบี้ผู้ทำลายสวรรค์ของเขา
ด้วยไอเดีย ลีลาและสรรพวุธ ที่คนข้างเคียงต้องตะลึง ว่าไอ้หมอนี่มันโหดโครตๆ
ไปกับภารกิจสำคัญยิ่งที่ยังหลงเหลือของเขา คือการออกตามหาขนมยี่ห้อโปรด
มากินให้หนำใจก่อนที่ มันจะบูดเน่าเสียเพราะบ้านเมืองที่ล่มสลายนั้นจะทำให้ขนมขึ้นรากันหมด




ส่วนอีกสองคนที่เหลือนั่นคือสองสาวพี่น้อง จอมแสบ
แสบชนิดที่ผู้ชมต้องยอมรับเลยว่าแสบจริงๆ
แสบได้อย่างเหลือเชื่อ และเหนือเมฆ
บอกได้เลยว่า เมื่อถึงบทที่ตัวระครไอ้โหดพูดขึ้นมาว่า อยากจะฆ่าอีนังคนน้องแล้วจากนั้นตูจะฆ่าอีนังคนพี่
รับรองได้ว่าคุณจะรู้สึกหมั่นเขี้ยวและเห็นด้วยทันที อย่างทั้งขำและทั้งแค้น





เป็นหนังซอมบี้ ที่รับรองได้ว่าจะสร้างอารมณ์เพลิดเพลินใจให้คุณได้เป็นอย่างดี
เนื้อหาของหนังไม่ใช่หนังฟอมร์ใหญ่อะไรนัก
แม้เหตุการณ์จะเกิดอย่างรุนแรง ล้างโลก แต่บรรยากาศของหนังมุ่งเน้นไปที่
การใช้ชีวิตในมุมง่ายๆอย่างไร ในยามที่มีซอมบี้อยู่เต็มเมือง
อย่างเช่นการขับรถไปฮอลีวูท เพื่อหวังจะเจอซอมบี้ดารา!
หรือการเสาะหาขนมยี่ห้อโปรดมากินให้ได้ก่อนที่มันจะเน่าเสียไปหมดเมือง
หรือการไประเริงในสวนสนุก การพังร้านหรู นี่คือสิ่งที่หนังเรื่องนี้มีอยู่



หนังเรื่องนี้เน้นไปที่บทเนื้อหาของเรื่องเบาๆ หลายเรื่องที่เพลิดเพลินใจ
และความเพลิดเพลินนั้นรู้สึกอิ่มเอมในอารมณ์ ในแบบกระทัดรัดอีกด้วย




การวางโครงเรื่อง วางบท และการทำสไตล์ของเนื้อเรื่อง แบบเรียบง่าย
ดูไปคล้ายกับดูหนังฟอมร์เล็ก เนื้อเรื่องสบายๆ ทั่วๆไป
แทบจะพอๆกับละครฝรั่งชุด ที่ทำเป็นตอนๆฉายตอนบ่ายในทีวี
หรือหนังไทยเบาๆก็ยังได้



แต่มันเด็ดตรงที่ว่า การสร้างฉาก การถ่ายทำ ไปจนถึงมุมกล้อง
มันไม่ฟอมร์เล็กน่ะสิครับ นับว่า ทำออกมาได้เจ๋งเอาเรื่องเลยทีเดียว
กลายเป็นการถ่ายทำระดับใหญ่ ที่รองรับอารมณ์ เก๋าๆออกมาอย่างเยี่ยมยอด



ฉากหลายฉาก สามารถเอาไปใส่กับเนื้อเรื่องของหนังฟอมร์ยักษ์ได้เลยทีเดียว
หากหนังเรื่องนี้ใช้ฉากเหล่านี้ไปกับบทซีเรียส ตื่นเต้นกดดันสูง
หรือใช้ไปกับฉากแอ๊คชั่นล้างผลาญ ฉากที่สร้างมาเหล่านั้นรับบทของหนังฟอมร์ใหญ่ได้สบายๆ
แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ กลับกระหน่ำทุ่มทุนออกแบบฉาก งามๆ
ออกมาเพื่อเนื้อเรื่องบางจังหวะที่แสดงมุขเบาสมอง ทั้งๆที่มันออกมาแค่ในช่วงสั้นๆ
แต่ช่วงสั้นหรือมุขเบาเหล่านั้น กลับมีฉากดีๆทำออกมารองรับได้อย่างหน้าตาเฉย



ผมเองเคยชมภาพยนตร์ประเภทล้อเลียน หรือภาพยนตร์ประเภทเน้นติงต๊องมาหลายเรื่อง
โดยมากแล้ว การถ่ายทำก็ไม่ลงทุนจัดฉากออกมาเป็นเรื่องเป็นราวเพียงแค่ เพื่อให้สนองมุขติงต๊อง มากเท่าไหร่นัก
ส่วนมากจะจัดฉากที่เอาแค่พอไปได้
แล้วที่เหลือให้ความขำความยียวนของเนื้อเรื่องเป็นตัวชู



แต่สำหรับหนังซอมบี้ เรื่องนี้ไม่เป็นแบบนั้น เพราะเล่นเอากันให้สมจริงกันไปเลยทีเดียว!


คุณจะได้ชมการทุ่มทุนทำฉากดีๆ ที่ทำออกมาเพื่อรองรับมุขสั้นๆ เป็นระยะๆ




มีคำถามอยู่ว่า ในโลกเรานี้มีของเรียบง่ายอยู่หลายสิ่ง
แต่จะมีสักกี่คนที่จะทำสิ่งเรียบง่ายเหล่านั้น ให้ระเบิดอารมณ์ได้พรั่งพรู
ทำสิ่งเรียบง่ายเบสิคเหล่านั้น ให้แน่นที่สุด ชัดเจนที่สุด และสะใจที่สุด



ผมบอกได้เลยว่าหนังเรื่องนี้มีให้คุณ ความง่ายแต่เอากันให้เหมือนให้ใช่และให้เจ๋ง


ผมเองเคยเห็นหนังฟอมร์ใหญ่หลายเรื่องที่ พิถีพิถันตั้งใจสร้างงานออกมาได้ละเอียดลึก
ซับซ้อนและหวือหวาในอารมณ์ มีการใส่ใจรายละเอียดโครงสร้าง ตบแต่งนั่น
จัดใส่นี่ไว้อย่างมากมาย เป็นชิ้นงานที่สร้างสรรค์อย่างพิถีพิถันบรรจง
ออกมาเป็นหนังฟอมร์ใหญ่ที่ดีหลายเรื่อง



แต่สำหรับหนังซอมบี้เรื่องนี้ มันคือการบิ๊วอารมณ์ แบบธรรมชาติ
ความไหลลื่นของเรื่อง ที่เป็นไปตามสัญชาติญาณไอเดียสุขของสามัญชน



ผมเชื่อได้เลยว่าคนทำหนัง ได้ทำออกมาอย่างปลดปล่อยใจ สำแดงสิ่งที่เป็นออกมา
ปล่อยมันเป็นไปตามอริยาบทที่ไอเดียในสมองจะส่งมาให้ ง่ายๆตามธรรมชาติปล่อยเป็นชุด



อย่างไรลองหามาชมกันให้ได้รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง


แต่ผมขอเตือนก่อนว่าหนังเรื่องนี้อย่าคาดเดามุข เป็นอันขาด
มุขซ้ำซากสำหรับหนังเรื่องอื่นๆมักไม่ค่อยมีในเรื่องนี้
รวมทั้งไม่ได้เป็นการจงใจหักมุข แบบเพื่ออยากได้ความแตกต่าง
แต่มันเป็นมุขที่เป็นไปตามสภาพใกล้เคียงความเป็นจริงเป็นอย่างยิ่ง



หวังว่าคอหนังซอมบี้จะไม่พลาดสำหรับเรื่องนี้

วิธีการเขียนบทความในวงการดนตรี

สำหรับวงการดนตรีนั้น วงการนี้แบ่งออกได้เป็นหลายด้าน มีทั้งในด้านของกระแส
และในด้านของรสนิยม และในด้านของความรักความชอบจากการผูกพัณธ์

คุณต้องดูก่อนว่าคุณต้องการสื่อให้คนกลุ่มใดอ่าน หากคุณจะเขียนถึงดนตรีในกลุ่มกระแสแล้ว คุณจำเป็นต้องทำความเข้าใจว่ายุคสมัยนี้อะไรที่วัยรุ่นบอกว่าเท่ อะไรคือเชย อะไรคือโดน และศัพท์แสงของคุณหากใช้บุคลิคที่โดนกับกระแสของเขาด้วย ก็จะเป็นบทความที่พวกเขาอ่านสนุก

แต่สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมขอเลี่ยงไม่ทำครับ
เพราะรสนิยมส่วนตัวทางดนตรีของผม ผมไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตามกระแส แต่ทว่าผมได้แค่แนะนำหากว่า ท่านอยากจะทำ

สำหรับเทคนิคของผมเวลาเขียนเรื่องดนตรี ผมจะแทบทิ้งหลักการ แห่งการเขียนบทความไปเลยครับ ผมจะปล่อยจิตใจตัวเองแล้วแพล่มพล่าม ตามสิ่งที่ผมอยากจะพูด เพราะมันจะได้เนื้อความที่ออกมาได้จากจิตวิญญาณ หากเราจะขายบทความนั้นในภายหลังเราก็ค่อยไปตามคัดกรองและจัดคำได้ไม่ยาก
แต่ทว่าสำคัญที่วัตถุดิบมันต้องออกมาจากอารมณ์ความรู้สึกที่จริงใจก่อนครับ
ถ้าเพลงไหนวงไหนผมชอบจริงผมบรรยายได้ ถ้าเพลงไหนผมไม่ชอบผมก็คงไม่ฝืนบรรยาย


ส่วนนี่คือตัวอย่างบทความนึงของผม

boy 2 men อาร์แอนด์บีแห่งเส้นทางโรแมนติคนิรันดร์

เคยมีหรือไม่ อัลบั้มเพลง ที่เติบโตมากับคุณ
อยู่ในช่วงวันเวลาที่ประทับใจของคุณ
เคยเคียงข้างคุณ หรือแม้กระทั่งเคยใช้ เมโลดี้เหล่านั้น
หรือถ้อยคำเนื้อร้องเหล่านั้นเป็นแรงใจหรือบางคนก็นำมันเป็นแนวทาง
ผ่านพ้นจุดต่างๆของชีวิตมาได้

และเคยหรือไม่ที่คุณเผลอห่างจากบทเพลงเหล่านั้นไป
โลกของสิ่งเหล่านั้น ที่คุณห่างหายไปนาน
นานแสนนานจนวันนึงคุณได้กลับมาพบกัน

มันคือการฟังเพลงเหล่านั้นอีกครั้ง แต่ซาบซึ้งตรึงใจยิ่งกว่าเดิม
รู้สึก น้ำตาจะไหลเหมือนได้พบพานสหายเก่าคู่ใจกันมา

พอเพลงบรรเลง มันไม่ใช่แค่คุณชื่นชมเสียงของผู้บรรเลงเหล่านั้นเท่านั้น
แต่ภาพในอดีตต่างๆ ฟิวส์ในอดีต และจิตวิญญาณอันล้ำค่าแห่งโลกในอดีตที่คุณเผลอทำมันหายไปก็ได้กลับคืนมาเข้าใจ

สำหรับผม หนึ่งในนั้น มีวง บอยทูเม็น อยู่ด้วย

ผมยังนึกถึงวันที่ได้รู้จักกับผลงานของศิลปินเหล่านี้เป็นครั้งแรก
ช่วงเวลานั้น อาร์แอนด์บี ยังมีอิทธิพลกับกระแสในเมืองไทยน้อยมาก
มันเป็นช่วงเวลาที่ค่ายเพลงเมืองไทย ปั้นนักร้องหน้าตาดีมาดเท่ เต้นเก่งเข้าห้ำหั่นประชันกัน

ผมได้เห็นปกเทป ของวงบอยทูเม็นแล้วผมก็ยิ้มว่า
วงอะไรฟะ ดำปิ๊ดปี๋ หล่อก็ไม่หล่อ แต่ว่ามาดของแต่ละคน จะแอ๊คท่าทาง
เหมือนวงบอยแบรนด์ สุดเท่ขวัญใจสาวๆอะไรปานนั้น
โดยเฉพาะ Wanya Morris ผมว่าเค้าหน้าเหมือนไมค์ไทสัน สุดๆไปเลย
ส่วนอีกคนที่น่าสนใจก็คือ Nathan Morris บุรุษผู้จ้ำม่ำและไม่หล่อเอาซะเลยคนนี้ ภายหลังผมพบว่า เขากลับมีมาด นิ่งขรึม มั่นใจในตนเอง ไม่ไหวติง
ดูไปช่างเป็นบุคลิคที่ยอดเยี่ยมเสียจริงๆ


แรกๆผมนึกว่าวงนี้คือวงบอยแบรนด์ ทำมาแบบลวกๆเพื่อรองรับ ตลาดสาวๆผิวดำ
แต่เมื่อได้ฟัง การประสานเสียงร้องแบบACAPPELLAของวงนี้แล้ว
มันช่างเป็นอะไรที่ระดับ พรสวรรค์ จริงๆ

ยิ่งผ่านวันผ่านคืนยิ่งผ่านไปอัลบั้มใหม่ๆพวกเขายิ่งเทพ

พวกเขาดูจะมอบชีวิต ใหญ่ๆให้กับฟิลลิ่งในโลกของโรแมนติค
มอบจิตใจส่วนใหญ่ให้กับการร้องเพลง

สำหรับผมแล้วมันช่างเป็นเรื่องยากจริงๆ
ชีวิตส่วนตัวของผมมีจุดนึงของชีวิตที่ต้องเจอสภาวะแวดล้อมที่ต้องใช้ความดิบเถื่อน แกร่ง และก้าวร้าว เข้าเผชิญ
และเมื่อไหร่ที่ผมเผลอปล่อยให้จิตใจตนเอง อ่อนโยน โรแมนติค อ่อนไหว
ผมจะรู้สึกเหมือนผมไม่พร้อมที่จะเผชิญอะไรๆที่ร้ายกาจรอบตัวได้เลย

แต่แล้วหลายๆปีผ่านไปเมื่อผมได้กลับไปพบเห็น วงบอยทูเม็น อีกครั้ง
พวกเขายังอยู่
ผมเองไม่เคยคิดว่าเขาจะยังอยู่
เพราะผมเห็นว่า พวกเขาก็ไม่ได้ดังถึงระดับ เปรี้ยงปร้างของโลก
ป่านนี้พวกเขาคงจะแยกวงกันไปแล้ว สมาชิกจะยังมีชีวิตอยู่กันครบหรือป่าว
หรือไม่ก็ไปทำงานไปเลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย เจอสภาวะของช่วงวัยใหม่ๆสังคมใหม่ๆ ดูดกลืนจิตวิญญาณของพวกเขาไปแล้วกระมัง

แต่ไม่เลย
เมื่อผมลองเสาะหาเขาอีกครั้งในยุคที่มีอินเทอร์เนทสะดวกสบาย
ผมยังพบพวกเขามีความสุขกับการร้องเพลงอยู่
และก็มีแฟนเพลงมากมายที่ยังคงคลั่งไคล้พวกเขาอีกด้วย
แม้ว่า สมาชิกจะหายไปบ้าง เหลือกันอยู่สามคน
แต่ใบหน้าพวกเขาในยามร้องเพลง ยังคงเหมือนเดิม
พวกเขามีใบหน้าที่เคลิบเคลิ้ม ในบทเพลง
พวกเขามีใบหน้าที่ศรัทธาความอ่อนโยน โรแมนติค เช่นเดิม
พวกเขาใช้จิตวิญญาณ อ่อนไหวเหล่านั้นผ่านชีวิตมาได้

มันทำให้ผมเองเข้าใจใหม่ว่า
แท้ที่จริงแล้ว การที่คนเราทำตัวก้าวร้าว หรือทำตัวดุดัน ตอบโต้สถานการร้ายๆ
มันช่างเป็นวิธีง่ายๆที่ ใครๆมักเลือกใช้
แท้ที่จริงมันคือวิธีที่หลบหนีและขลาดกลัว
การยืนหยัดด้วยความเป็นตัวของตัวเองและ จิตใจที่มั่นคงในความอ่อนโยนต่างหากเล่าที่ดูแล้ว
มีพลังล้นเหลืองดงามกว่ามาก
ใช่ ผมนับถือเขาในจุดนี้ ผมไม่ต้องไปรู้หรอกว่าพวกเขาผ่านเจอเรื่องราวใดบ้างในชีวิตงแต่ที่ผมรุ้ได้แน่ๆก็คือ คนๆนึงกว่าจะผ่านชีวิตมาจน ถึงวัยขนาดนั้น โดยที่ใช้จิตใจอ่อนไหวอ่อนโยนเป็นสิ่งคู่กาย และรักษามันได้ไม่เสื่อมคลาย มันคือเรื่องที่ไม่ใช่สิ่งง่ายๆที่ใครจะทำมันได้

ยังมีอีกบางประการที่ผมชื่นชมพวกเขา
ความสามารถพิเศษของวงนี้ก็คือ ไม่ต้องมีเครื่องมือไม่ต้องมีอุปกรณ์
ไม่ต้องมีไฟฟ้า แต่พวกเขาสามารถมายืนตัวเปล่าๆ ประสานเสียงร้องเพลง
เสกให้ สถานที่รอบด้านนั้น ถูกสะกดด้วยมนต์ที่สวยงาม
สามารถทำให้บรรยากาศของสถานที่รอบตัวนั้น งามงดขึ้นมาได้ในทันใด
ด้วย ศิลปินที่ทั้งชีวิตอุทิศให้ความโรแมนติคอย่างของจริง

ผมพลันคิดว่า ถ้าผมนั่งอยู่ในสถานที่นึง แล้วผมคาดหวังให้มีมือกีต้าร์ หรือมีนักไวโอลิน หรือมีนักเป่าขลุ่ย มาเล่นให้ผมฟังแถวๆนั้น


หรือผมอาจจะอยากได้เพื่อนสักคน ที่ร้องเพลงเก่งมาร้องเพลง เสียงเพราะๆให้ผมฟังสักเพลง บรรยากาศสาธารณะแถวนั้นคงจะดีไม่น้อย

ผมคิดว่านั่นยังเป็นสิ่งที่จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้
และผมอาจเสาะหาได้
แต่ถ้าผมอยากจะมี คนสามคน มาร้องประสานเสียง ให้ผมฟังให้ผมเห็นบรรยากาศแถวนั้นถูกเสกล่ะ ผมจะมีโอกาสไปเห็นที่ไหน?

โอกาสคงน้อยนิด

โดยเฉพาะ วงบอยทูเม็น นอกจากจะมีความสามารถในการร้องแล้ว
พวกเขายังมีความสามารถในการ คอยทำเสียงประสาน คอยร้องเสริม
ให้กับนักร้องใดๆ นั้นได้กลายเป็นเพลงที่เพราะขึ้นมาอีกหลายเท่าตัว

หากคุณเป็นนักร้องอยู่พอดีแล้วจู่ๆในขณะที่คุณกำลังยืนร้องเพลงในสถานที่อากาศแสนดีอยู่นั้น พลันมีวงบอยทูเม็นเดินมายืนข้างหลังคุณ
ร้องประสานเสียงให้คุณ
ผมเองคิดว่านักร้องคนนั้น ย่อมตื่นตะลึงที่เพลงที่เขาร้องมันกำลังถูกเพิ่มจิตวิญญาณและความไพเราะขึ้นมาได้อย่างอัศจรรย์
ถ้าผมเป็นนักร้องคนนั้นผมคงซาบซึ้งใจน้ำตาหลั่งในไหลพรั่งพรู

อยากให้เพื่อนๆนักฟังเพลงที่มีแนวทางชอบอะไรทำนองนี้ได้ลองหามาฟังกัน

ในโลกนี้มีมากมายนักร้องที่ร้องเพลงรักในขณะที่การใช้ชีวิตของเขาคลุกคลีกับความโรแมนติค น้อยนิด

แต่สำหรับบอยทูเม็น คุณจงมองตาเขา มองสีหน้าเขาหลับตาฟังเสียงของเขา
ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน อย่างอุทิศคลุกคลีให้กับจิตใจแบบโรแมนติคละมุนรัก อย่างแท้จริง แล้วคุณจะอิ่มเอมข้างใน

ตัวอย่างการเขียนบทความการตกแต่งบ้าน



ตัวอย่าง


เพิ่มพลังอิ่มเอมยามเช้ากับ ห้องกินข้าวสไตล์คันทรี่

ในหนังหลายๆเรื่องนั้น  มักจะมีจุดเด่นที่มักจะพลาดฉากสำคัญที่ดูเหมือนไม่สำคัญฉากหนึ่งไปไม่ได้เลย  นั่นก็คือฉากการนั่งทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตา  ในยามเช้ากันในห้องรับประทานอาหารภายใต้บรรยากาศที่ได้สนทนาพูดคุย  สร้างความสัมพัณธ์กันอย่างอบอุ่น และอาจจะมีผู้ที่ตื่นสาย เดินบิดขี้เกียจเข้ามาแล้วถามว่ามีอะไรกินบ้าง

จะแสนวิเศษมากขึ้นกับกลิ่นอายของคันทรี่ 
หากลองจินตนาการว่าคุณกำลังได้พักอยู่ในบ้านที่อบอุ่นในท้องที่ชนบท ที่ภายนอกบ้าน
สามารถมองเห็นทุ่งหญ้า ท้องไร่ สายลมและแสงแดดที่บริสุทธิ์ คุณกำลังจะรับประทานอาหารกับครอบครัว แล้วออกไปสัมผัสบรรยากาศ  ของชีวิตผู้คนในฟามร์ต่างๆ

 หรือแม้แต่คุณเป็นชาวไร่ที่มีความสุขในวิถีชีวิตที่เรียบง่าย  ยามเช้าก็เปิดรับแสงอรุณด้วยรอยยิ้ม ยามเย็นพลบค่ำก็กลับบ้าน มาด้วยร่างกายที่เมื่อยล้า แต่สดชื่นด้วยหัวใจแห่งความขยัน
 เรื่องราวที่แสนสุขเหล่านี้ คุณสามารถเนรมิตรกลิ่นอายเหล่านี้ได้แม้แต่บ้านที่อยู่ในสังคมเมือง

คุณจะได้รับพลังแห่งบรรยากาศของห้องทานอาหารคันทรี่ 
ที่ส่งความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าในยามเช้าพร้อมออกไปลุยงาน และจะเป็นห้องทานอาหารที่แสนคิดถึงอยากรีบกลับมาในยามเย็น  

การแต่งห้องทานอาหารสไตล์คันทรี่นั้น แต่งได้หลายแนว เพราะคันทรี่ก็มีหลายแนวเช่นกันทั้งแบบหรูหรา และแบบอบอุ่น และแบบบรรยากาศของชาวบ้าน
การใช้ผนังลายไม้ซึ่ง สร้างลวดลายได้หลากหลาย  หรืออาจจะเป็นไม้ซ้อนกันเป็นชั้นระแนงก็สามารถทำได้ทั้งไสตล์ไม้เก่าหรือทำแบบเรียบหรูเคลือบเงา ขับพลังเพิ่มด้วยเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง รวมถึงเครื่องประดับ และภาพวาดควรใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติ
รวมทั้งลวดลายที่บ่งบอกถึงความสวยงามของธรรมชาติ  และวัสดุที่ใช้งานภายในห้องเช่นโคมไฟหรือที่จับประตู หรือนาฬิกา อ่างล้างหน้า สามารถใช้ของสะสมประเภท งานของเก่า เข้าร่วมสร้างบรรยากาศได้เป็นอย่างดี

การใช้แสงไฟควรใช้แสงไฟที่ช่วยขับสีสันของเนื้อไม้ได้อย่างสะดุดตา อาจใช้แสงไฟที่ให้บรรยากาศของแสงคล้ายต้องแสงไฟจากกองไฟ

วัสดุปูพื้นสามารถเลือกได้ทั้งแบบไม้และแบบหินหรือลายอิฐบล๊อค หรือไม้กระดานสไตล์คันทรี่ หรือหากชอบแบบเคาบอยก็อาจจัดทำในสไตล์ที่ให้อารมณ์ดิบสักลักน้อย ก็สามารถดูเก๋ได้ไม่เบา ในขณะที่ส่วนของเพดานอาจเลือกรูปแบบโชว์คานไม้ ที่เรียงสลับไขว้กันสวยงาม

ดึงดูดอารมณ์แบบคันทรี่ได้จับใจ  นอกจากนี้สามารถเพิ่มพลังของบรรยากาศได้อีกจากเตาผิง และปล่องไฟ
และที่วิเศษที่สุดคือบรรยากาศ ภายนอกหน้าต่างหากคุณมีสวนหย่อม ที่สร้างฉากได้กลมกลืนกับบรรยากาศภายในตัวห้อง นั่นแทบจะครบความสมบรูณ์แบบในสไตล์คันทรี่สุดแสนประทับใจ

......................................................................................................................
 
เทคนิคประดับแสงไฟในห้องรับแขกอย่างโรแมนติค

นาทีที่คนพิเศษที่หมายปองของคุณ ได้นั่งลงในห้องอันสุดพิเศษห้องหนึ่ง ภายในที่อาศัยของคุณ  
นาทีนั้นนับเป็นนาทีที่หลายๆคู่รักแทบทั้งโลก เฝ้าฝันเฝ้ารอให้มันเกิดขึ้น
เป็นนาทีที่ใครหลายๆคนเพ้อฝันละเมอหา   แต่เมื่อมันมาถึงแล้ว มันก็สามารถทำให้จิตใจของคุณตื่นเต้นทำตัวไม่ถูกได้เพราะมันคือนาทีชี้ชะตา มันคือวันแห่งการมัดใจ  มันมีไม่บ่อยและคุณต้องทำให้ดีที่สุด
 แต่ทีนี้จะทำยังไงดีหากว่าเปิดบ้านเชิญคนรักแวะชมบ้าน และปรากฏว่าบรรยากาศในห้องรับแขกช่างไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย
วันนี้เราจะมาเสนอเคล็ดลับ เตรียมการวางแผน เอ๊ยไม่ใช่!  
เตรียมการรับแขกคนพิเศษให้สุดแสนประทับใจ
 แน่นอนว่าเมื่อห้องของคุณนั้นไม่มีอะไรที่ดึงดูดใจ  หรือสวยงามสร้างบรรยากาศโรแมนติคได้เลยแม้แต่น้อย
การหรี่แสงไฟหลักเพื่อปิดบังสภาพเหล่านั้น และเลือกใช้โคมไฟแสงอ่อนๆโฟกัสเฉพาะบริเวณจุดไคลแมกส์ของห้อง ที่คิดว่านั่นคือบริเวณที่โอเคมากที่สุดแล้ว
และส่งแสงที่เรืองกระทบโดยรอบห้อง จะพลันเนรมิตรให้แทบทุกอย่างภายในห้องนั้นโรแมนติคขึ้นมาทันที
การเลือกใช้โคมไฟ  ที่จะต้องให้บรรยากาศของแสงที่นุ่มนวล แต่หัวใจสำคัญของแสงไฟนั้นต้องสร้างความเป็นส่วนตัว ส่วนตัวชนิดประหนึ่งว่า 
มีเพียงเราสองคนแอบเร้นจากสังคมที่วุ่นวายภายนอก เข้าสู่โลกแห่งสองเรา
 ดังนั้นแสงไฟที่ใช้ควรมาจากโคมไฟที่มีระยะขอบเขตุโฟกัสของแสง แต่เป็นแสงอ่อนๆที่ไม่รุนแรง
ส่วนผนังห้องแนะนำให้ใช้ตัวหนังสือไฟที่มีข้อความอันแสนโรแมนติค
หากนึกภาพตัวหนังสือไฟไม่ออกให้นึกถึงหนังฝรั่งที่เป็นตัวหนังสือไฟติดผนัง
 เรืองแสงสีเขียวหรือชมพูท่ามกลางบรรยากาศของบาร์ในยุค80  อาจจะเชยในสมัยนี้แต่เชื่อเถอะว่ามันเข้าถึงได้ถึงสัญชาติญาณทางความเซ๊กส์ซี่ในตัวมนุษย์เป็นอย่างดีแน่นอน
....................................................................................................................

ผสมผสานห้องครัวกับห้องนั่งเล่น ให้กลายเป็นห้องปาร์ตี้สโมสรที่อบอุ่นประจำบ้าน

 ไอเดียการทำห้องนั่งเล่น มารวมกันกับห้องครัวโดยแบ่งเป็นโซนแต่อยู่ภายในห้องเดียวกันนั้น
มักถูกออกแบบขึ้นมา เพื่อตอบสนองที่พักอาศัย ที่มีพื้นที่จำกัดอย่างเช่นคอนโด และอพาร์ทเมนท์
ที่ไม่ต้องการ กั้นแบ่งจนแต่ละห้องพากันดูเล็กลงไป
การเชื่อมโยงระหว่างห้องสองประเภทให้เป็นพื้นที่เดียวกัน จะทำให้ได้ความโปร่งโล่งกว้าง
มีความรู้สึกที่ไม่อึดอัด แต่สำหรับบ้านที่มีขนาดไม่เล็กนั้น  ไอเดียแบบนี้ก็สามารถทำได้และสร้างรูปแบบที่มีสไตล์ได้เป็นอย่างดี
โดยการจัดห้องนั่งเล่นรวมไว้กับห้องครัวนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงก็คือ เรื่องของคราบละอองจากอาหารและควัน รวมไปถึงเรื่องกลิ่นดังนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องมีก็คือ  ระบบระบายควัน  หรือเครื่องดูดควัน ต้องมีประสิทธิภาพสูง

และ เรื่องที่ควรจะเป็น ก็คือควรพิจารณาประเภทของอาหารที่จะทำภายในห้องนั้นให้เหมาะสม
จะเป็นการดีที่สุด นอกจากนี้แล้วยังสามารถตบแต่งเคาเตอร์บาร์มุมเครื่องดื่ม ความน่าดึงดูดใจของรูปแบบห้องนั้น เคาเตอร์บาร์ถือว่าเป็นจุดเด่นเป็นอย่างมาก จึงควรพิถีพิถันในการเลือกแบบให้ดูเข้าตามากที่สุด หากเป็นคอนโดหรือ อพาร์ทเม้นท์ก็ควรเลือกใช้เคาเตอร์ครัวและบาร์เป็นแบบบิวท์อิน

แต่หากเป็นบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือ ก็สามารถเลือกรูปแบบได้ดั่งใจ
แม้แต่รูปแบบที่หรูอลังการ เฟอร์นิเจอร์ประเภทที่นั่งเล่นภายในห้อง ควรหลีกเลี่ยงประเภทที่ใช้ผ้าห่อหุ้ม
หรือวัสดุที่ดูดหมักหมมกลิ่นความชื้นและคราบอาหารได้ง่าย  รวมทั้งผนังในบริเวณครัวควรเลือกใช้วัสดุที่ทำความสะอาดง่าย ไม่ยึดเกาะคราบแน่น
เพียงเท่านี้การรับแขกไปด้วยและพูดคุยกับแขก หรือสมาชิกในบ้านที่อยู่ในโซนนั่งเล่น
และตัวเราเองทำครัวไปด้วยก็ดูเป็นเรื่องที่อบอุ่นเหลือเกิน

ตัวอย่างการเขียนบทความในเชิงวิชาการกฏหมาย

การเขียนบทความในด้านนี้นั้น เราต้องมีความเข้าใจว่าขึ้นชื่อว่าเรื่องกฏหมายแล้ว ย่อมต้องมีคนหมู่มากที่ยัง มีความไม่เข้าใจกันอยู่เยอะ อาจเนื่องด้วยภาษาทางราชการที่ทำให้คนทั่วไปเข้าใจยาก
อีกทั้ง ผู้ทำงานทางการออกกฏราชการ ท่านไม่ใช่โฆษก ที่จะสามารถเรียบเรียงอะไรให้เหมาะสมเข้าใจง่ายได้ เพราะท่านต้องเน้นในทางหลักการ  ดังนั้น บทบาทของผู้เขียนบทความนำมาขยายต่อนั้น
ต้องมีความสามารถในการจับประเด็นให้ได้  และต้องนำมาเรียบเรียงอธิบายใหม่ด้วย หลักอธิบายที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้ง่ายขึ้น   นี่คือหัวใจหลักในการเขียนบทความแนวนี้



ซึ่งผมได้นำบทความตัวอย่างต่อไปนี้ โดยเป็นบทความที่ผมได้จัดส่งให้นายจ้างท่านหนึ่งของผมนำไปใช้งานแล้ว และขอสงวนสิทธิ์ให้ดูเป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้น สักบทหนึ่งดังนี้

ตัวอย่าง

ปัญหาข้อกฏหมายการตรวจเครน


ในปัจจุบันปัญหาความขัดกันเองในข้อกฏหมาย
รวมทั้งการออกกฏจากกระทรวงต่างๆที่ขัดกันเอง จากกระทรวงที่ ต่างกระทรวงกัน
แต่ดันมีอำนาจ ที่โยงกันหรือทับซ้อนหน้าที่กันอย่างไม่เหมาะสม

ยังคงเป็นปัญหาในหลายๆแขนงสาขาวิชาชีพ

เรื่องไหนส่งผลเดือดร้อนให้ต้องตีความ หาทางประชุมแก้ไขก็ถูกผลักดันกันไป เรื่องไหนที่ยังไม่เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตหรือก่อปัญหาขยายวงกว้าง ก็ยังคงคลุมเครือกันอยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลงไปไหน ปัญหาเหล่านี้ยังคงมีในหลายแห่งและสำหรับปัญหาในวงการอุตสาหกรรมก่อสร้าง อย่างเช่นปัญหาของกฏหมาย ที่ว่าด้วยเรื่องของการตรวจเครนก็เช่นกัน ยังคงเป็นปัญหาที่มีผู้คนที่ยังไม่เข้าใจชัดเจนยังเข้าใจสับสนอยู่มาก
ว่าตกลงแล้วการตรวจเครนจะต้องดำเนินการตามข้อกำหนดอย่างไร

 โดยกฏของการตรวจเครนนั้นเป็นเรื่องระหว่าง กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงแรงงาน
โดยกฏหมายฉบับใหม่ กระทรวงแรงงานได้กำหนดถึงการตรวจอุปกรณ์ก่อสร้าง
ซึ่งได้ทำการเลื่อน  การตรวจอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับปั้นจั่น เป็นหนึ่งปีต่อครั้ง

ในขณะที่กฏจากกระทรวงมหาดไทยได้กำหนดเอาไว้ว่าต้องทำการตรวจเช็คทุกสามเดือน
โดยทั้งนี้นั้นผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้ชี้ว่าข้อกฏหมายเหล่านี้เมื่อพิจราณาอย่างถี่ถ้วนจะพบว่า
การตรวจเครนนั้น ทุกๆหนึ่งปีจะต้องทำการเทสโหลดอุปกรณ์ ส่วนทุกสามเดือนทำการตรวจเช็ค

 แต่ก็ยังเป็นข้อสงสัยมีทั้งผู้รู้ผู้เข้าใจ ผู้ที่มั่นใจว่าทำถูกตามกฏหมาย และยังมีผู้ที่ที่สับสน
หรือแม้แต่ผู้ที่ถือโอกาสมองเป็นช่องโหว่ภายใต้ความสับสนนี้ ดำเนินการก่อสร้างไปอย่างไม่ดำเนินตามกรอบของข้อปฏิบัติ กันอยู่ในเวลานี้นั่นคือปัญหาที่ควรได้รับความชัดเจนในวงกว้างโดยด่วนที่สุด


จากการจัดอันดับของสถาบันชื่อดังต่างๆที่ผ่านมาพบว่า
ประเทศไทยในปัจจุบัน ยังคงถูกจัดว่าเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านคอรัปชั่น อยู่ในอันดับต้นๆของโลก
สภาพความคิดและมุมมองของผู้คนในสังคม ในหลายสาขาวงการวีชาชีพ แขนงต่างๆ
การคอรัปชั่นเริ่มค่อยๆกลับกลายเป็นสิ่งที่ชินตาของผู้คน

แต่ปัญหาเหล่านี้ จะกลายเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก หากว่าการคอรัปชั่น
ถูกเข้ามาคาบเกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินผู้คน ปัญหาเรื่องอุบัติเหตุภายในบริเวณที่ก่อสร้าง
เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมีความเป็นไปได้ในอัตตราเสี่ยงสูง

ท่ามกลางอาณาเขตุที่ต้องกั้นเป็นเขตุอันตรายห้าม
และปัญหาของอุบัติเหตุที่เกิดจากตัวเครนถล่มก็มีให้ได้ยินมาอยู่ไม่ใช่น้อย แน่นอนว่า เครนก่อสร้างนั้น

คือสิ่งที่ต้องได้รับการตรวจเครนและเช็คอย่างรอบคอบรัดกุมมากที่สุด
ไม่ว่าควรจะตรวจเช็คการเทสโหลด และตรวจเช็คอุปกรณ์เส้นลวดสลิง ตรวจเครนเช็คความสมบรูณ์อยู่เสมอ

 แต่ทว่าหลายแห่งก็เกิดปัญหาข้อสงสัยต่อการคอรัปชั่น
ที่ร่วมมือกันระหว่างนายจ้าง และวิศวกรตรวจเครนที่ปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง เห็นแก่เม็ดเงินจำนวนนึง ทำการตรวจสอบอย่างไม่ได้มาตรฐานการทำงาน
และระหว่างตรวจเครนก็ปล่อยผ่านเลยทั้งที่พบจุดที่จัดว่ามีความเสี่ยง

 กลายเป็นว่าชีวิตของพนักงานและคนงานที่เดิมทีต้องเสี่ยงกับสภาพการทำงานโดยปรกติอยู่แล้ว
แต่ต้องมาเพิ่มความเสี่ยงกับการคอรัปชั่นของบุคคลจำพวกเห็นแก่เงินเหล่านี้ขึ้นไปอีก
แม้ว่าความพยายามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้มาตรการ การคาดโทษที่รุนแรงต่อวิศวกรที่ทำการตรวจเครนเอาไว้ก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถมีสิ่งใดชี้ชัดว่าแก้ปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปได้

ดังนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่ในทีมงานก่อสร้างซึ่งมีระดับที่มีความรู้และดูงานดูสถานการณ์เป็น คือส่วนสำคัญเป็นอย่างมากที่จะเข้าร้องเรียนในสิ่งที่พบเห็น แต่นั่นก็คือสิ่งที่เป็นไปได้ยาก ทั้งความเป็นห่วงต่อหน้าที่การงานของตน กลายเป็นส่วนเหตุให้การคอรัปชั่นยังคงดำรงอยู่ ปัญหาเหล่านี้จึงยังไม่เคยหมดไปจากสังคมเสียที มารู้อีกทีก็เมื่อเครนถล่มเสียแล้ว

ตัวอย่างการเขียนบทความการออกกำลังกาย

การเขียนบทความเชิงสุขภาพนั้น ข้อที่ง่ายดายของมันก็คือในโลกของอินเทอร์เนทนั้นมีข้อมูลในด้านนี้อยู่เพียบให้คุณไปนำมาเขียน
แต่ทว่า บทความเหล่านั้นก็จะเป็นบทความสุขภาพที่หาอ่านได้ทั่วๆไป อาจไม่สร้างแรงดึงดูดให้คนติดตามตอนต่อไปเท่าใดนัก

แต่หากว่าคุณตั้งใจเรียนรู้เข้าใจโลกในวงการสุขภาพ ด้วยตนเองบ้างให้เวลากับมันอย่างจริงจังสักระยะ
คุณจะสามารถถ่ายทอดเรื่องราว ที่มันต้องอธิบายเป็นตอนๆอย่างต่อเนื่องได้
และเกิดความแปลกใหม่อีกด้วย

นอกจากนี้ความลับก็คือคุณเคยสงสัยไหมว่า นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักโภชนาการ หรือแม้แต่
 เทรนเนอร์ฟิสเนทจะมีประโยชน์อะไร
เพราะเราเองก็สามารถจะไปหาอ่านเอาข้อมูลต่างๆได้  แต่ความลับก็คือ เรื่องของสุขภาพและสูตรต่างๆที่มีกันทั่วอินเทอร์เนทนั้น  มันต้องขึ้นอยู่กับบุคคลที่เหมาะสมด้วย
เพราะในหลักสุขภาพแล้ว คนเรานั้นมีรูปแบบชีวิตไม่เหมือนกัน มีกรุ๊ปเลือดมีเพศ มีรุปร่าง มีมวลกระดูก มีวิถีชีวิตเวลาตื่นเวลานอน เวลาถ่าย เวลากิน ไม่เหมือนกัน มีความฟิตแตกต่างกัน มีความแข็งแรงไม่เท่ากัน มีเวลาและภาระหน้าที่ไม่ตรงกันและไม่เหมือนกัน  มีโรคประจำตัวไม่เหมือนกัน มีอาการแพ้ไม่เหมือนกัน

ดังนั้นสรุปง่ายๆเลยว่า จนแล้วจนรอด สูตรและวิธีในอินเทอร์เนทที่มีมากมายหลายตำรา บางทีก็ขัดกันเองนั้น
ต้องมีผู้เชี่ยวชาญในการมาวิเคราะห์รูปแบบของบุคคลๆนั้นที่จะนำไปใช้ด้วย รวมทั้งต้องประยุกต์ตำราให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ด้วย

ทำให้โลกนี้ต้องมีอาชีพ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักโภชนาการ หรือแม้แต่
เทรนเนอร์ฟิสเนท ขึ้นมา   

และก็มีกลุ่มของผู้คนที่เข้าใจข้อนี้และมักจะสนใจติดตามอ่าน บทความของคนที่ตอบโจทย์ของเขาได้
ดังนั้นการเขียนบทความออกกำลัง แบบบทความคุณภาพจริงๆนั่นก็คือ
1.คุณควรมีความรู้จริงๆอยู่ บ้างพอสมควร
2.หากคุณอาศัย การคอยหาข้อมูลต้นฉบับจากแหล่งใดคุณต้องคอยตามติดแหล่งนั้น เพราะมันจะเกิดความต่อเนื่องกัน แต่หากคุณไปเน้นกระจายหยิบบทของคนนั้นมาคนนี้มา มันก็กลายเป็นคอลัมภ์ทั่วๆไป ที่ไม่มีความสัมพัณธ์กันเป็นสูตรเดียวกัน


ซึ่งผมได้นำบทความตัวอย่างต่อไปนี้ ซึ่งเป็นบทความที่ผมได้เขียนขึ้นไว้ในเวปของผมเองโดยอาศัยความรู้จากประสบการณ์ความรู้ของตัวเองล้วนๆ และขอสงวนสิทธิ์ให้ดูเป็นตัวอย่างสักบทหนึ่งดังนี้

ตัวอย่าง



รูปแบบการออกกำลังกาย4ระดับ


หลักใหญ่ๆของชนิดการออกกำลังกายเพื่อการ จัดการกับรูปร่างนั้น จะมีด้วยกันอยู่4แบบ


1.แบบเน้นการเผาผลาญแครอลี่ตลอดทั้งวัน 
การให้ร่างกายได้รับการเผาผลาญแคลอรี่ในลักษณะนี้จะมีลักษณะการ บรูณาการทั้งร่างกาย
ซึ่งก็คือการเน้นใช้พลังงานในร่างกายโดยไม่คำนึงถึงรูปแบบ
ไม่เน้นประสิทธิภาพของชนิด แต่เน้นที่จะให้ร่างกายได้ทำหลายสิ่งหลายอย่าง ประกอบกิจกรรมอยู่เสมอไม่อยู่เฉยเกียจคร้าน



สำหรับในแบบนี้ ยึดถือได้จากการเคลื่อนไหวทุกสิ่งทุกอย่างและการใช้แรงทุกรูปแบบ
ไม่ว่าจะขยับตัวหรือจะยืนแบกน้ำหนักตัวเองไว้เฉยๆ
ไม่ว่าจะทำงานหรือทำกิจกรรมใดๆ หรือจะทำงานบ้านล้างรถล้างจานอะไรก็ตามแต่ สิ่งเหล่านี้ใช้ได้หมด


ที่จริงแล้วระบบนี้มีข้อดีมาก ก็คือใช้การผสมผสานและทำเรื่องต่างๆตามใจชอบ
ไม่ต้องซีเรียสมากมายอะไรกับรูปแบบการใช้พลังงาน
และในขั้นที่สูงขึ้นของ  การออกกำลังในแบบนี้มักจะอยู่ในระดับของแบบที่นักกีฬาทั่วๆไปมักใช้กันในรูปของการ วอมร์อัพหรือการเอ๊กเซอร์ไซด์ เพียงแต่เรานำมันมาทำติดๆ กันในระยะที่ใช้เวลามากในแทบจะตลอดทั้งวัน



แต่


ทำไมผู้คนที่ทำในสิ่งพวกนี้ หลายคนกลับไม่ใช่คนตัวผอม
ยกตัวอย่างเช่น บางคนทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ บางคนเป็นถึงกรรมกรแบกหามทั้งวัน
แต่ทำไมหลายคนยังตัวอ้วนลงพุง


คำตอบก็คือ เพราะมันมีปัจจัยเกี่ยวข้องอื่นๆอีกนั่นเอง
เช่นไม่สัมพัณธ์กับการกินและการนอน
การพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งมีผลแน่นอนกับระบบพลังงานของร่างกาย
อีกทั้งยังมีเรื่องของระบบการย่อยและระบบการเผาผลาญ


ส่วนในเรื่องการกินนั้น บางคนทำกิจกรรมทำงานทั้งวันแต่พอตกเย็นก็กลับ ซดเบียร์ นอนดูทีวี
หรือแม้กระทั่งกรรมกรใช้แรงงาน เลิกงานด้วยความล้า ก็เปิบข้าวมื้อใหญ่ทดแทนเป็นหม้อ
แถมกินเสร็จก็อาบน้ำเข้านอนทันทีอีกต่างหาก


หรือบางคนทำกิจกรรมมาเยอะจริงแต่ก็เที่ยวน่าดูหรือกินเพิ่มขึ้นมากเป็นเงาตามตัว


หรือแม้กระทั่งหลายๆคนที่เข้าฟิสเนททุกวัน วิ่งเครื่องวิ่งทุกวันชนิดที่เสื้อเปียกโชก
แต่ก็ยังลงพุงก้นย้อยกันทั้งปี นั่นก็เพราะจัดอาหารไม่ถูกต้อง
จัดเวลาการรับประทานไม่ถูก จัดชนิดของอาหารที่เหมาะสมในแต่ละมื้อไม่ถูก
และมีความรู้เกี่ยวกับอาหารไม่ถูก จัดรูปแบบการออกกำลังไม่ถูก


หรือไม่ก็มีการกินการฝึกในลักษณะผิดๆ หักโหมและเจอสภาพโยวโย่วเอ๊ฟเฟควนเวียนไปมา
บางคนอด5วันแล้ววันต่อมากินเป็นช้างแล้วก็อดใหม่อีกทีสลับกับตบะแตกแบบนั้นทั้งปี
สิ่งเหล่านี้นั้นก็ล้วนเป็นสาเหตุนึงในอีกหลายๆสาเหตุ




ทั้งที่จริงแล้วสำหรับคนที่ มีกิจกรรมการเคลื่อนไหวเผาผลาญพลังงานทั้งวันมากอยู่แล้วนั้น
หากเราปรับการกิน การนอนให้อยู่ในวินัย ก็จะช่วยได้อย่างเห็นผลอัศจรรย์



โดยเฉพาะหากทำอย่างถูกต้องมีแบบแผน มีโปรแกรมที่เหมาะสม
มันจะไม่ทรมานเลยด้วยซ้ำ และชีวิตจะยังมีความสุขสบายๆแบบค่อยเป็นค่อยไปได้อย่างเห็นผลแม่นยำกว่า



หรือพูดง่ายๆเลยว่า สำหรับท่านที่อยากผอมแบบง่ายๆ ไม่ต้องไปเข้าฟิสเนทไม่ต้องไปออกกำลังอะไรที่เข้มขึ้น ขอเพียงท่านปรับการกินและการนอน การออกกำลังให้เหมาะสม มันจะส่งผลให้ดีขึ้นได้แน่นอน

แต่เหมาะสมอย่างไรนั้น คุณต้องเรียนรู้ครับ
และขอเน้นว่าเรียนรู้ในสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองอีกด้วย
ไม่มีเวปที่ไหนไม่มีหนังสือตำราเล่มใด ที่จะออกแบบโปรแกรมแบบเฉพาะสำหรับคนใดคนหนึ่งได้


ดังนั้นขอให้ พยายามทำความเข้าใจปรับใช้กับตัวเองให้เหมาะสม


อย่าไปตั้งหน้าตั้งตาทำตาม กับสิ่งที่เหมารวมเหล่านั้นอย่างไม่คัดกรองหรือถ้าไม่เข้าใจสิ่งใด




2การทำแอโรบิค
การทำแอโรบิคนั้น ไม่ใช่หมายถึงการเต้นแอโรบิค
แต่มันหมายถึงการออกกำลังเคลื่อนไหวติดต่อกันในท่วงท่าต่างๆ อย่างมีเป้าหมายและมีการกำหนดเวลา
รวมทั้งมีอัตราการเคลื่อนไหวอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในระดับที่จัดว่า อยู่ในเกณท์ของการแอโรบิค



เช่นการเต้นแอโรบิก การวิ่งจ๊องกิ้งความเร็วน้อย การปั่นจักยานทางไกลหรืออะไรก็ตามที่เป็นลักษณะการออกกำลังที่ไม่เหนื่อยหัวใจเต้นเร็วมากเกินไปนัก แต่อาศัยการทำติดต่อกันเป็นเวลามากๆ
ที่คุณสามารถเลือกใช้ได้ หรือแม้แต่การขยับตัวในท่าทางต่างๆติดต่อกัน
สิ่งเหล่านั้นถือเป็นการแอโรบิค แทบทั้งนั้น


การทำแอโรบิคนี้ มักจะอาศัย ความนานของการออกกำลังเป็นจุดเด่น
ดังนั้นสิ่งที่กระทำนั้นควรเป็นสิ่งที่ทำติดต่อกันได้ ในระยะเวลานาน
และทำเสร็จแล้วร่างกายมีโอกาสที่จะ เกิดอาการโอเวอร์เทรน อาการช๊อค อาการหักโหม
อาการบาดเจ็บน้อยมาก มันจึงจัดว่าเป็นการออกกำลังที่ทำได้แทบทุกวัย


และยังมีข้อดีที่เนื่องจากความสะดวกในการทำ
มันจึงทำให้คุณทำมันได้แทบทุกเวลาและทุกสถานที่


มันคือสิ่งที่ช่วยกำจัดพลังงานส่วนเกินที่ได้รับมาจากอาหารในแต่ละวันได้ดีที่สุด
และทำให้สุขภาพภายในแข็งแรงได้อย่างเด่นชัดอย่างมาก
แบบที่สองนี้จะส่งผลให้คุณได้รับสุขภาพภายในที่ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น สุขภาพผิวที่ดีขึ้น
และเห็นผลในการจัดการกับรูปร่างได้เร็วขึ้น




3การเบรินไขมัน และการทำคาร์ดิโอ

สำหรับข้อนี้นั้น มันต่างจากข้อที่ผ่านมาอย่างไร ความต่างของมันก็คือ แบบแรกนั้นจะเป็นการปรับสภาพร่างกาย และไขมันจะลดทีละน้อยแม้จะค่อนข้างใช้เวลาระยะยาวแต่ก็ส่งผลรวมในทางดีและไม่หักโหม
แต่สำหรับในข้อสามนี้ มันว่ากันถึงเรื่องการออกกำลังที่กระตุ้นกับการเผาผลาญไขมันสะสมเดิมโดยตรง และเร่งผลให้รวดเร็วกว่าแบบที่ผ่านมา


เพราะแบบที่ผ่านมานั้นใช้หลักของการเผาผลาญพลังงานจากอาหารที่กินในวันนั้นๆ ไม่ให้เหลือสะสม
และทำให้ร่างกาย จัดสภาพร่างกายใหม่
แต่สำหรับการเบรินนั้น มันจะส่งผลได้กับการเผาผลาญไขมันที่มีอยู่เดิมในวันนั้นๆ
รวมทั้งเร่งอัตราการย่อยอาหาร เผาผลาญพลังงานอาหารในประจำวันได้ในระดับที่สูงขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังลดไขมันเฉพาะส่วนได้อย่างเห็นผล
เพราะแบบสองข้อแรกที่ผ่านมานั้นหากบางท่าน เลือกที่จะทำในแบบน้อยๆ อาศัยการทำงานบ้านการเดินตลาดบ้าง
การทำกิจกรรมทั่วไป ควบคู่ไปกับวินัยการกินที่ดี ซึ่งนั่นมันทำให้คุณผอมลงได้ แต่มันอาจหลงเหลือไขมันสะสมในบางส่วนที่กำจัดไม่ออกได้สักที และ อาจยังเป็นคนผอมที่แลดูเป็นคนผอมทั่วไป ไม่ใช่หุ่นแบบนักออกกำลังกาย
เนื่องจากร่างกายไม่ได้ผ่านการฝึกให้รับสภาวะที่เข้มข้นขึ้น



แต่สำหรับการเบรินไขมัน มักจะอาศัยสูตรหลากหลาย ว่ากันในเรื่องหลักของคาร์ดิโอที่เข้มข้นขึ้น
ว่ากันในเรื่องของการออกกำลังที่ต้องมีระดับการเต้นของหัวใจในอัตตราที่กำหนด
ต้องมีระดับความเหนื่อยที่เหมาะสมและต้องทำติดต่อกันจนถึงระยะเวลาที่กำหนด
บางสูตร มีการระบุช่วงเวลาจังหวะการใช้พลังงานของร่างกาย ในขณะที่ออกกำลัง


เช่น วิ่งความเร็วเท่านี้ในช่วงเวลานึงจากนั้นเมื่อถึงระยะทางนึงใช้อีกความเร็วหรือใช้อีกแรงต้าน
หรือช้าสลับเร็ว


แต่การใช้สูตรที่ซับซ้อนแบบนี้ ควรใช้โดยความรอบคอบ โดยพิจารณาจากคุณสมบัติเฉพาะของร่างกายแต่ละคนที่แตกต่างกัน  เพราะมันอาจส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อร่างกายได้ หากทำไปอย่างส่งเดช ติดต่อกัน เช่นการบาดเจ็บ หรือการกระทบต่อสุขภาพเช่นเรื่องความดัน หัวใจ หลอดเลือดสมอง และโรคประจำตัวทั้งที่เป็นอยู่แล้วหรือที่แอบแฝงในร่างกายให้กำเริบขึ้นมา


แต่การเบรินก็ยังมีในรูปแบบที่ไม่ซับซ้อน เช่นการวิ่งในระยะทางที่กำหนดและมีอัตตราความเร็วค่อนข้างเสมอกันไป สำหรับการออกกำลังในรูปแบบให้เกิดสภาวะการเบรินได้นั้น
มีหลายรูปแบบที่ช่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งหรือปั่นจักรยานสลับความเร็ว การว่ายน้ำสลับความเร็ว หรือ การชกลม การกระโดดเชือก หรือการทำแอร์โรบิคที่หนักหน่วงขึ้น
สำหรับข้อนี้ จะค่อนข้างทำในระยะเวลาที่น้อยกว่าข้อที่1และ2 เนื่องจากมันค่อนข้างที่จะเหนื่อยล้าสูง
รวมทั้งอาจส่งผลเสียกับสุขภาพหรือแม้กระทั่งบาดเจ็บได้ หากกระทำในลักษณะหักโหม



ดังนั้นสำหรับนักออกกำลังมืออาชีพ
ก็มักจะทำทั้งแบบข้อ1เข้าเสริมและแบบข้อ2ข้อ3รวมกัน
ใช้คุณสมบัติที่ดีของแต่ละแบบเข้ามาเกื้อหนุนกัน จัดตารางเอาไว้เป็นชุดอย่างเหมาะสม






4 เวทเทรนนิ่ง การออกกำลังกับแรงต้าน

สำหรับในข้อ4นี้ การเวทเทรนนิ่งให้ผลที่แตกต่างกับข้ออื่นๆที่ผ่านมายังไง



ขอชี้แจงว่า ในแบบอื่นๆที่ผ่านมานั้น มันช่วยด้านเผาผลาญพลังงานประจำวัน ทำให้ร่างกายผอมลง


ในแบบที่สาม มันช่วยกำจัดไขมันเฉพาะส่วน และช่วยเพิ่มอัตตราการเผาผลาญอาหารให้ผอมเร็วขึ้น รวมทั้งช่วยทำให้ร่างกายดูเฟริมส์ขึ้นกระฉับกระเฉงขึ้น
แต่ในแบบที่สี่นี้ สิ่งนี้มันจะช่วยให้รูปร่างของคุณ เกิดคำว่าสัดส่วน
ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะต้องการสัดส่วนที่จุดไหน คุณจำเป็นต้องพึ่งการฝึกเวทเทรนนิ่งอย่างแน่นอน



สิ่งนี้มันจะทำให้คุณเดินไปที่ใด จะดูไม่เหมือนคนทั่วๆไป
รูปร่างของคุณจะดูดีในลักษณะที่ เตะตาผู้คน


หรือแม้แต่คุณยังได้ความแข็งแรงของสัดส่วน สามารถมีพลังในกิจกรรมประจำวันที่ต้องใช้แรงต้านหรือรับแรงต้านได้อย่างดี


สำหรับข้อที่สี่ คือเวทเทรนนิ่งนี้นั้น
มันจะทำให้ร่างกายคุณดูเป็นนักกีฬา หรือแม้แต่เป้าหมายที่มุ่งสู่หุ่นนายแบบนางแบบ
หรือแม้จะไม่หวังเอาขนาดนั้น แต่มันจะทำให้ร่างกายของคุณ มีสัดส่วนแน่นอน
ทำให้ร่างกายมีส่วนโค้งเว้าส่วนนูน ได้อย่างชัดเจน
ตามลักษณะเป้าหมายที่ตั้งไว้ เช่นบางคนต้องการอกผายไหล่ผึ่ง เดินองอาจขึ้น
บางคนต้องการ มีเอวเว้าสะโพกสวยขาสวย แขนไม่ย้อย
บางคนต้องการ หุ่นเพรียว มีทรง
บางคนต้องการมีซิคแพ็ค หรือสะโพก ต้นขาดูดี
หรือบางคนต้องการมากกว่านั้นเช่นเป็นนักกล้าม นักเพาะกาย
อันนี้ก็แล้วแต่โปรแกรมที่วางไว้ ของแต่ละคน
ซึ่งการเวทเทรนนิ่งนี้ มีรูปแบบการฝึกที่แตกต่างกันออกไปอีกตามจุดประสงค์ของแต่ละคน



การฝึกเวทเทรนนิ่งก็คือการฝึกออกกำลังกับแรงต้าน ไม่ว่าจะเป็นแรงดึงแรงยกแรงงัดแรงถีบ
โดยมีเรื่องของการใช้น้ำหนักเข้ามาให้ร่างกายได้ออกแรงต้าน
มีเป้าหมายทำปฏิกริยากับกล้ามเนื้อในหลายระดับความเข้มของผู้ฝึก



เช่นผู้ฝึกที่ตังเป้าที่ ความกระชับก็มักที่จะใช้น้ำหนักที่รักษาความคงรูปและอาศัยความล้า
เข้าฝึกฝนให้ร่างกายพัฒนาความกระชับ



หรือผู้ฝึกที่ตั้งเป้าหมายให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือเป็นทรงขึ้น
กลุ่มนี้จะมีการทำให้มีเส้นใยของกล้ามเนื้อชนิดที่ซ่อมแซมตัวเองได้ เกิดการถูกทำลายบางๆ
และทำการซ่อมตัวเองให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
หากกินในระดับปรกติ ก็จะเกิดการจัดทรวดทรงของกล้ามเนื้อ ในขนาดที่ใกล้เคียงกับขนาดเดิม
หรืออาจเล็กกว่าขนาดเดิมหาก ลดอาหาร แต่ก็จะเป็นทรงเป็นรูปร่างที่ดีขึ้น



แต่หากกินอาหารในลักษณะที่บำรุงตัวเอง ตามเป้าหมายของแต่ละกลุ่ม
ก็จะทำให้กล้ามเนื้อขยายขนาดขึ้นได้ อย่างเช่นกลุ่มนักเพาะกาย
โดยนักเพาะกายจะอาศัยการฝึกกับน้ำหนักที่ หนักกว่า มากกว่า
และมีเทคนิคการฝึกเฉพาะตัวกว่า เสริมเข้าไปอีกด้วย



แต่โดยรวมๆแล้วท่าในการเล่นและอุปกรณ์ในการเล่น
ส่วนใหญ่แล้วสามารถใช้ร่วมกันได้กับผู้ฝึกทุกจุดประสงค์ทุกเป้าหมาย



สำหรับการฝึกเวทเทรนนิ่ง
จะแบ่งเป็นหลายท่า หลายอุปกรณ์และหลายเป้าหมายที่จะจัดการกับส่วนแต่ละส่วนของร่างกาย



คุณลักษณะเฉพาะของการออกกำลังในรูปแบบนี้ก็คือ
มันจะทำให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น แข็งแรงขึ้น ช่วงห่างของไขมันกับกล้ามเนื้อภายในลดลง
การละลายเผาผลาญแคลอรี่ในขณะที่กำลังออกกำลัง จะน้อยกว่า การทำคาดิโอ แอโรบิค
แต่ การออกแรงในชั่ววินาทีขณะที่ออกกำลังจะหนักกว่า ใช้กำลังมากกว่า
และเมื่อออกกำลังเสร็จไปแล้ว
ร่างกายจะทำการซ่อมแซมตัวเอง ทำให้ร่างกายที่กำลังพักผ่อนหรือทำกิจกรรมอื่นๆหลังการเวทเทรนนิ่งนั้นยังเกิดการเผาผลาญสารอาหารแคลอรี่ อยู่ตลอดเวลาแม้แต่ในเวลานอนของวันที่ร่างกายทำการซ่อมแซมตัวเอง  และในช่วงวันใหม่ที่ร่างกายทำการฟื้นฟู
ซึ่งต่างจากการออกกำลังแบบแอโรบิค ที่เมื่อหยุดออกกำลัง ก็หยุดลงที่ตรงนั้น
และเกิดการซ่อมแซมร่างกายน้อยกว่าการฝึกเวทเทรนนิ่ง
ที่ยังคงทำการเผาผลาญต่ออยู่ตลอดเวลา ซึ่งเปรียบเหมือนม้าที่วิ่งช้าๆแต่วิ่งยาวนานกว่า
และเมื่อร่างกายซ่อมแซมตัวเองแล้ว มันจะจัดโครงสร้างคุณใหม่ไปทีละน้อยๆให้มีสัดส่วนขึ้นกระชับขึ้น มีทรวดทรงตามรูปแบบของชนิดการฝึก



แต่อย่างไรก็ดี เวทเทรนนิ่งให้ผลในการเบริน์ไขมัน ได้ช้ากว่าการทำคาร์ดิโอ
และให้ผลเรื่องสุขภาพภายในระบบของหัวใจและการหายใจ และการฝึกแรงอึด แรงทนต่อความล้า
ได้น้อยกว่าการทำแอโรบิค
แม้ว่าไม่ได้มีข้อเด่นที่การจัดการไขมัน ได้เร็วมากนัก
แต่ก็ให้ผลต่อการจัดทรงของร่างกายอย่างเห็นผลมาก
โดยทั่วไปแล้วจะนิยม ฝึกเวทเทรนนิ่งแล้วต่อด้วยการทำคาร์ดิโอ หรือแอร์โรบิค
เมื่อผสานกันจะ เกื้อหนุนกันอย่างมาก
เพราะการทำคาร์ดิโอจะ ช่วยจัดการไขมันสะสม
ส่วนแอรโรบิคจะจัดการกับพลังงานที่กินมาประจำวัน
โดยที่มีเวทเทรนนิ่ง สร้างกล้ามเนื้อภายใน ให้ช่วงห่างของชั้นผิวหนังที่มีไขมันนั้นแคบตัวลง
และเมื่อฝึกไปนานๆ เมื่อไขมันถูกสลายไปมากแล้ว กล้ามเนื้อภายในก็จะเผยออกมาอย่างสวยงาม
อย่างเช่นซิคแพ็คเป็นต้น
กล้ามเนื้อในที่นี้มิได้ระบุถึงกล้ามเนื้อของนักกล้ามหรือนักเพาะกายแต่เพียงอย่างเดียว
ยังกล่าวรวมไปถึง สัดส่วนที่กระชับสวยงามของเหล่านักกีฬา ดารา นายแบบนางแบบอีกด้วย
ที่ล้วนต้องอาศัยการฝึกเวทเทรนนิ่งเข้าช่วยแทบทั้งนั้น
หรือบางคนอาจบอกว่าตัวเองไม่เคยเล่นเวทเลยแต่ก็มีกล้ามเนื้อในบางส่วนได้
นั่นก็เพราะในลักษณะของกีฬาที่เขาเล่นนั้น มันมีบางจังหวะบางท่า ที่จัดได้ว่าเข้าหลักของเวทเทรนนิ่ง
อย่างเช่นนักบาสที่ออกแรงดันน้ำหนักตัว ออกแรงถีบกระโดดขึ้นจากพื้น นั่นเอง






สำหรับแบบการฝึกทั้ง4ลักษณะนี้
สิ่งที่ต้องระลึกเป็นใจความสำคัญก็คือ
การเตรียมพร้อมปูทางของร่างกาย และระบบการกิน การพักผ่อน
ไปจนถึงกิจกรรมประจำวันที่เกี่ยวเนื่อง
และ อุปกรณ์ที่ถูกต้อง รองเท้าที่เหมาะสม เสื้อผ้า และสิ่งซัพพอทต่างๆ
เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ
รวมทั้งท่าร่างที่ถูกต้อง จำนวนเซทที่ถูกต้อง การใช้แรงที่ถูกต้อง
การทำจังหวะที่ถูกต้อง และระยะเวลาการฝึกที่เหมาะสม
ไปจนถึง
ตารางการฝึกแบบแผนโปรแกรมการจัดลำดับที่ถูกต้อง
เพื่อผลที่มีประสิทธิภาพและหลีกเลี่ยงสภาวะอันตรายทั้งหลาย
ไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บ การหักโหมโอเวอร์เทรน หรือแม้แต่สุขภาพภายในที่ผิดพลาดเช่นระบบหัวใจระบบการหายใจ และคุณภาพของเลือดที่ไม่เป็นพิษ
สิ่งเหล่านี้ขอให้นำมาพิจราณาด้วย



เราจะเลือกใช้แบบใดหรือจะผสมผสาน ประยุกต์อย่างไร
นั่นขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละคน ที่จะนำสิ่งต่างๆมาประกอบกันขึ้นเป็นโปรแกรม เฉพาะตัว
ขอให้ทำความเข้าใจกับมันให้ดี
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านทุกคน



ตัวอย่างการเขียนบทความเชิงเทคโนโลยีไอที

การเขียนบทความที่เกี่ยวกับวงการไอทีนั้น
สิ่งสำคัญนั่นก็คือความรู้ในวงการนั้นที่ควรมีอยู่ในระดับพอสมควร
มีความเข้าใจเนื้อหาทั้งในด้านเทคนิคของสินค้า เข้าใจในเรื่องของนวัตกรรม และโครงสร้าง
เข้าใจเรื่องราวของโลกในการตลาดทุน และชั้นเชิงการแข่งขันทางธุรกิจ
และมีการติดตามข่าวสารเป็นระยะ ที่พอสมควร   และสุดท้ายที่สำคัญมากคือต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของศัพท์เฉพาะในวงการ อย่างพอสมควร เพราะการเขียน บทความในวงการนี้นั้น
มักจะต้องเป็นข้อมูลที่ใช้ศัพท์เฉพาะกันเยอะ

หากเรามีพื้นฐานดังที่กล่าวมาทั้งหมดนี้นั่นจะทำให้เรา มีความเข้าใจและต่อยอดวิเคราะได้เองเพิ่มเข้าไปในบทความทำให้เนื้อหามีความเข้มข้นขึ้น


ซึ่งผมได้นำบทความตัวอย่างต่อไปนี้ ซึ่งเป็นบทความที่ผมได้จัดส่งให้นายจ้างท่านหนึ่งของผมนำไปใช้งานแล้ว และขอสงวนสิทธิ์ให้ดูเป็นตัวอย่างสักบทหนึ่งดังนี้

ตัวอย่าง




มือถือสมาร์ทโฟนแบบไหนที่เหมาะกับงานสายธุรกิจ


หากคุณกำลังมองหาโทรศัพท์มือถือสักเครื่องที่ต้องการ ความสามารถที่เหมาะกับการนำมาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเราขอเสนอวิธีพิจารณาพื้นฐานสำคัญ ในการเลือกมือถือสมาร์ทโฟนดังนี้

 


1.มือถือเครื่องนั้น ต้องรองรับการคีย์ข้อมูลได้อย่างคล่องตัวที่สุด

รองรับการจดบันทึกข้อมูลสำคัญได้อย่าง สะดวกที่สุด เปิดปิดฟังค์ชั่น ได้อย่างรวดเร็ว และทางที่ดีควรมีระบบชอทร์คัท ที่สามารถเรียกการใช้งาน สำหรับบันทึกข้อมูลเอกสารขึ้นมาได้ในทันที ด้วยการกดปุ่ม ที่มีขั้นตอนสั้นที่สุด (บางรุ่นกดเรียกได้ในการกดครั้งเดียว)

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลักษณะการทำงาน ของบางคนที่ต้อง ควักจด เก็บควักจดเก็บแบบถี่ยิบวันละหลายๆรอบ

การเปิดใช้ได้เร็วสะดวกที่สุด จะทำให้คุณประทับใจมากในจุดนี้



2.การคีย์ข้อมูลต้องสะดวก มีปุ่มกดหรือมีคีย์บอดร์ระบบสัมผัส ที่ทำงานตอบสนองได้แม่นยำกดถนัดและผิดพลาดน้อยที่สุด


3การ copy,past,cut ต้องทำงานได้อย่างสะดวกที่สุด บางรุ่นการเอานิ้วแตะเพื่อจะไฮไลท์ข้อมูลที่ต้องการคัดลอกนั้น ทำได้ไม่เสถียร กดยุ่งยาก ผิดพลาดง่าย และกะระยะยาก

ซึ่งประเด็นนี้สำคัญมากๆ ในเวลาที่คุณต้องการทำงานกับข้อมูลสำคัญที่พบในอินเทอร์เนท หรือส่งมาจากอีเมล

ถ้าคุณเจอกับมือถือที่ทำงานในด้านนี้แย่ คุณจะหงุดหงิดมากๆ แต่หากคุณได้สัมผัสกับเครื่องที่ทำงานในจุดนี้ได้อย่างแม่นยำสะดวกฉับไว คุณจะรู้สึกได้ถึงแรงขับเคลื่อนของงานที่มีประสิทธิภาพ


4.ต้องสามารถบันทึกเสียงสนทนาได้อย่าง มีประสิทธิภาพสูง เพื่อการบันทึกข้อมูลสำคัญของลูกค้า,คู่ค้า,หรือแม้แต่คำสั่งเจ้านายและออร์เดอร์ต่างๆที่ไม่ตกหล่น คุณสามารถทวนย้อนไปฟังได้อย่างละเอียด รวมถึงใช้ในการวางแผนงานได้ดี เมื่อคุณนำบทสนทนานั้นมากลั่นกรอง

ซึ่งในกรณีนี้ มือถือหลายๆรุ่นในท้องตลาด มักทำงานได้ไม่สมบรูณ์ บางรุ่นมีสัญญาณรบกวน บางรุ่นมีคุณภาพเสียงที่แย่ มีเสียงรบกวน บางรุ่นใช้งานยุ่งยาก ติดตั้งยุ่งยาก และทำงานของฟังค์ชั่นไม่สม่ำเสมอติดๆดับๆ

ซึ่งระบบการอัดเสียงที่ดี ต้องสามารถตัดเสียงรบกวน ได้ อย่างเช่นเสียงลมหายใจ และบางรุ่นมีลักษณะของการดูดเสียงที่แปลงเสียงให้ออกมานุ่มนวลฟังชัด สามารถเลือกรูปแบบการอัดเสียงได้สารพัดรูปแบบ

 


5.ต้องแบตอึด หรือเปลี่ยนแบตได้ ซึ่งแน่นอนว่าในวันที่งานเข้า และต้องติดต่อกันแบบถี่ยิบแทบทั้งวัน คุณจะตระหนักถึงเรื่องนี้มาก


6.ต้องไม่มีโอกาสเสี่ยงของอาการแฮ้งค์ อย่างเช่นดับไปเองต้องคอยเปิดขึ้นมาใหม่ หรือหน้าจอค้าง หรือรับสายแล้วค้าง รับสายแล้วรีเซ็ท เหล่านี้เป็นต้น เพราะการทำธุรกิจนั้นสำคัญที่ว่าคุณแทบต้องไม่พลาดเลย ในการติดต่อรับสาย

ซึ่งเรามักจะเห็นนักธุรกิจ ที่ทำงานอย่างจริงจังและมีงานเข้ามามาก มักจะมีโทรศัพท์แบบธรรมดาที่ไม่มีระบบปฏิบัติการใดๆและไม่มีการลงแอพพลิเคชั่น ใดๆได้ พกเอาไว้ใช้คู่กันกับสมาร์ทโฟน เพื่อการติดต่อแบบหนักๆและไม่พลาดสาย


7.ต้องมีระบบการตั้งค่าโปรไฟล์ ที่ค่อนข้างอัจฉริยะ เช่นการปิดเสียง หรือการเปิดสั่น ที่ตั้งค่าอัตโนมัติให้สามารถตั้งค่าได้เองตามที่กำหนดไว้ อย่างเหมาะกับชีวิตประจำวันได้ โดยที่เราไม่ต้องคอยไปตั้งเองบ่อยๆ


8. โปรแกรมพื้นฐานสำคัญในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ อย่างเช่น ทาคร์ทูดู,คาเรนเดอร์, ต้องทำงานได้ง่ายและเก่ง และเซ็ทค่าเชิงลึกได้ รวมถึงการ ส่งSMSตอบกลับอัตโนมัติ,รับส่งเมล,การอัพโหลดไฟล์

 ,การเสริจข้อมูลและการแสดงผลของบราวเซอร์ ต้องมีประสิทธิภาพ


9.มือถือที่สามารถใช้ปากกา จดหน้าจอได้ย่อมได้เปรียบมากในการจดโน๊ตต่างๆและการทำงานเอกสารขั้นเหนือกว่า


10.และที่สำคัญอย่างที่สุดที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ธุรกิจของคุณได้อย่างคล่องตัว นั่นก็คือการโอนถ่ายไฟล์ไปใช้งานต่อในคอมได้อย่างสะดวกที่สุด โดยเฉพาะไฟล์เอกสาร ควรจะสามารถอ่านได้รู้เรื่องในทันทีเมื่อเปิดอ่านในคอมพิวเตอร์


11 แน่นอนว่างานสายธุรกิจย่อมก่อเกิดไฟล์สำคัญมากมายไม่ว่าไฟล์ข้อมูลเอกสารไฟล์ภาพไฟล์เสียง และไฟล์เฉพาะสำหรับโปแกรมเฉพาะ ต่างๆ

ซึ่งไฟล์บันทึกข้อมูลทั้งหมดควรทำงานได้จาก แอพพลิเคชั่นระบบปิด ไม่มีการเชื่อมโยงกับเซฟเวอร์ใดๆทางอินเทอร์เนท ไม่มีโฆษณาของแอพพลิเคชั่นเข้ามาสอดแทรก ไม่ฝากฝังไว้กับระบบคลาวน์ และ ไม่สามารถเจาะทะลวงผ่านระบบอินเทอร์เน็ทเข้ามาได้


อีกทั้งระบบแบล็คอัพควรทำงานง่าย สามารถปรับแต่งไฟล์ได้ง่ายและนำไฟล์ที่แบล๊คอัพเหล่านั้นมาใช้ได้อย่างคล่องตัวไม่ติดเงื่อนไขจุกจิก อย่างมากควรมีแค่การยืนยันรหัสในการใช้งาน ซึ่งปัญหาสำหรับสมาร์ทโฟนบางรุ่นหรือแอพพลิเคชั่นหรือระบบปฏิบัติการบางรุ่น มักติดเงื่อนไข จุกจิก เช่นต้องเปิดในเครื่องเดิมเท่านั้น หรือมีการผูกติดกับไอดีและ ข้อบ่งชี้ต่างๆที่ซับซ้อนเกินไปจนมักติดปัญหาเปิดไฟล์ไม่ได้

และนอกจากนี้ มือถือที่ดีควรที่จะโอนถ่ายข้อมูลไว้กับกาดร์พกพาได้

ซึ่งความปลอดภัยของไฟล์ ควรเน้นที่การเก็บรักษาจากภายนอก ของเราเองผ่านการด์ความจำต่างๆ






วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ตัวอย่างบทความสายบันเทิง


การเตรียมกลับมาอีกครั้งในบทบาทใหม่ของ โป๊บและเบลล่า

หลังจากสร้างปรากฏการณ์ฟีเวอร์ละครไทย แนวย้อนยุคผสานกับอริยาบทที่ร่วมสมัย  ซึ่งมีจุดเด่นของการวางบทตัวระครพระนาง ที่ทำออกมาได้อย่างสุดฟิน 
 ส่งผลให้ระครเรื่องบุพเพสันนิวาส ของคู่พระนาง โป๊ป ธนวรรธน์ และ เบลล่า ราณี ทำให้แฟนๆจำนวนมากต่างต้องแทบพากันจิกหมอน เมื่อได้เห็นลีลาการแสดง ที่สุดหวานปนหมั่นเขี้ยวของคู่นี้ในละคร

แต่น่าเสียดายที่หลังจากจบละคร บุพเพสันนิวาส ไปแล้ว เราก็ได้เห็นเพียงงานอีเว้นท์ของทั้งคู่เท่านั้น

แต่ทั้งๆที่กระแสกำลังดี กลับไม่มีความต่อเนื่องว่าทั้งคู่จะได้กลับมาเล่นละครร่วมกัน ให้แฟนๆ ได้กระชุ่มกระชวยอีก   มีเพียงเสียงเรียกร้องต่างๆของเหล่าแฟนคลับที่ต้องการให้มีการรีเทิร์น  อีกทั้งบรรดาผู้จัดต่างๆเองก็ยังน่าจะมองออก ถึงสถานการณ์ขุมทองที่กำลังเปิดให้มีช่องทางโกยได้อีกมาก

 และในที่สุด เหมือนเสียงเรียกร้องของเหล่าแฟนๆ จะเป็นผลขึ้นมาแล้ว เมื่อมีข่าวล่าสุดถึงแผนการนำทั้งคู่ กลับมาเล่นละครร่วมกันและพิสูจน์บทบาท ในเส้นทางใหม่ที่ท้าทายในอีกด้าน ในละครที่มีชื่อเรื่อง ร้อยเล่ห์มารยา

ละครเรื่องดังกล่าว ได้รับการจัดสร้างขึ้นโดย นก จริยา จากค่าย Maker J และ ได้นักเขียนผู้มากความสามารถ เบญจธารา มาประพันธ์บท ร้อยเล่ห์มารยาขึ้นใหม่ เน้นปรับปรุงเนื้อหาให้มีจุดพีคที่เข้มข้นหรือสะกดกระแสให้ได้อีกขั้น

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ตัวอย่างงานเขียน วรรณกรรมบทสั้น

เรื่อง คุยกับผี

ค่ำคืนดึกสงัด ในบ้านร้างวังเวง มีชายหลงทางที่หลบพัก มีสีหน้าตื่นตกใจ
เขาสัมผัสได้ ถึงสิ่งที่รี้ลับ น่ายำเกรงที่อยู่ภายนอกบ้าน
ในอาการที่ตื่นตระหนก

และในที่สุดตรงบริเวณประตูก็ค่อยๆปรากฏเงาร่าง

เป็นผีร้ายที่น่ากลัว

 แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาทและโศกเศร้า
 ตรงเข้ามาหาเขา
หาเขา
หาเขา

ชายคนนั้นยกมือบอกผีตนนั้นว่า หยุดก่อนท่าน

ท่านช่วยเราด้วยภายนอกบ้านนี้มีสิ่งเร้นลับยิ่งใหญ่น่าสะพรึงเหลือเกิน
..................
.......
..
.
ภายนอกบ้านมีจักรวาลที่ยิ่งใหญ่ไพศาล
สุดเวิ้งว้าง ไร้ที่สิ้นสุด ห้อมล้อมเราอยู่ ข้าสัมผัสถึงมันและมันก็น่ากลัวเหลือเกิน พวกเรามนุษย์คืออะไร?
ผีตนนั้นพลันหยุดนิ่ง เหลียวมองฟ้านอกหน้าต่าง แววตาเปลี่ยนเป็นรู้สึกสับสน
สะท้านต่อความรี้ลับสุดยิ่งใหญ่ไพศาลนั้น

ตัวอย่าง การเขียนนิยาย

ยามเย็นนับตามเวลา แม้แสงตะวันมิเคยเปลี่ยนเมืองโซรอสที่แสนเหน็บหนาวให้อุ่นขึ้นได้ กำลังคืบคลานมาถึง

นักเดินทางซกมก ผู้มีนามว่าแวร์ทาย ได้มานั่งข้างต้นมะพร้าวอยู่หลายชั่วยาม

กำลังเพลิดเพลินกับเสียงเจี้ยวแจ้วสนทนาของผู้คนในตลาดที่ยังไม่สร่างจางไปจากความคึกคัก

พลางพึมพำว่า

"น่องไก่น่องนี้ช่างอร่อยนัก  เมื่อดื่มคู่กับเหล้าข้าวโพดขวดนี้ก็รสชาติหวือหวาเข้ากันจริงๆ
เสียอย่างเดียวกินเยอะทีไร มันทำให้ข้ารู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน"

แวร์ทายพึมพำไปกินไป เหลือบตาไปมองเห็นขอทานน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ

"เฮ้สหายน้อย เราท่านนับว่าเป็นชนชั้นกลิ่นไอไม่ผิดกันนัก เอ้ามากินน่องไก่อร่อยๆด้วยกันเราให้ กินเต็มที่เลยยังมีอีกเยอะ"

พลางโยนน่องไก่ไปหนึ่งน่อง

"ไม่เป็นไรนายท่าน  ขอบคุณเรามีขนมปังแล้ว" ว่าแล้วก็หยิบมากัดได้คำนึง ก็เร่งร้อนดั่งมีธุระสำคัญใดเร่งรีบไป

แวร์ทาย กลอกตาไปมาอย่างเหนื่อยหน่ายรำพันว่า "ผู้คนนี่แปลกแท้น่องไก่อร่อยๆใยไม่ซื้อหามากินกัน ขนมปังนั้นก็เพียงแค่ดับดับหิวแต่ไม่มองเห็นความฝันถึงเตียงนุ่ม ที่ข้าอยากกลับไปเลยซักนิด

 บางทีหากสักวันข้าเหนื่อยหน่ายมีแต่ขนมปัง คงยอมกินตุ๊กแกย่างเสียยังดีกว่า

 รึว่าเป็นเพราะพวกพ่อค้าประหลาดที่ชอบยืนตามมุมเมือง คอยกล่าววาจาซ้ำซากพวกนั้นไม่รู้จักคำแนะนำใหม่ๆผู้คนให้ซื้อหากัน"

 ครู่ชั่วยามนึงก็ปรากฏกายของนักดนตรีหนุ่มท่าทางขี้โรคเดินแฝงมาในกลุ่มผู้คน แล้วจับจองพื้นที่ว่างเริ่มบรรเลงขลุ่ยในมือ

ใครเลยจะล่วงรู้ว่านักดนตรีท่าทางขี้โรคที่ดูอิดโรยนั้นแม้ไม่เป็นที่สนใจของสายตาผู้คน ท่ามกลางเมืองอันแสนหนาวเหน็บและเหือดแห้งจากรอยยิ้มของผู้คนในเมืองนี้

แต่แวร์ทายนับเป็นสหายหนึ่งเดียวที่คุ้นเคยแม้ไม่เคยกล่าวคำทักทาย

ผู้คนส่วนมากในเมืองต่างถูกประนามจากสายตาของแวร์ทายว่ามนุษย์ประหลาด บ้างพอรุดเข้ามาในเมืองก็เร่งรีบเดินไปหาซื้อปัจจัยที่ต้องการ พอซื้อเสร็จก็เดินจ้ำอ้าวมิใส่ใจอันใดข้างทาง

 บ้างก็นั่งนิ่งเงียบไม่พูดอันใดเป็นชั่ววันพอจะลุกก็ลุกหมายออกเดินทางจากไปทันที


ตัวอย่างงานเขียน เชิงปรัชญาข้อคิด

ทุกข์สุขล้วนต้องเจอแต่อยู่ที่มองอะไร

มนุษย์เรานั้น ความทุกข์คือสิ่งที่ทุกคนล้วนแต่ต้องเจอ แต่ทว่า กลับมีบางคนที่อาจเคยเข็ดขยาดจากเรื่องร้ายๆหรือยังรู้สึกบอบช้ำไม่หายดี

คนเหล่านี้หลายคนง่ายที่จะมองโลกในแง่ลบ

พวกเขามักจะคิดว่าชีวิตทำไมมันช่างมีแต่ความทุกข์ ที่มนุษย์ต้องเผชิญคิดถึงอดีต

จากนั้นก็พะวงถึงสิ่งต่างๆ จิตใจเฝ้าจับตาสังเกตุการเกิดขึ้นของความทุกข์ที่ต้องเป็นไปตามวัฐจักร ไม่ว่าการสูญเสียพรากจาก การล้างรา การเจ็บไข้ได้ป่วย การชรา และความตาย

พะวงที่จะจับจ้องแต่ด้านนึงของโลกที่ตนเองกลัวว่าเมื่อไหร่จะมาถึง
กังวลจดจ้อง ดั่งจิตที่แอบหมกมุ่นลึกๆภายใน สะกดจิตตนเองโดยไม่รู้ตัวอยู่ภายใน

การทำเช่นนี้จะทำให้จิตใจตกอยู่แต่ในบรรยากาศด้านลบของโลกนี้ โดยที่ลืมมองไปว่าโลกนี้ยังมีด้านบวก ยังมีเรื่องดีๆอีกมากที่สลับเข้ามาให้ได้ดื่มด่ำ ชื่นชม

แท้ที่จริงแล้วเรื่องร้ายๆนั้น มิได้ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนตลอดไป

ชีวิตเมื่อพบความทุกข์ก็ย่อมมีจังหวะได้พักจากความทุกข์ หรือแม้แต่มีสุขสลับเข้ามาบ้าง
เวลาของชีวิตนั้นยาวนานมากพอที่จะได้มีช่วงสลับพักเจออย่างอื่น และมีเรี่ยวแรงพอที่จะรับความทุกข์ต่างๆได้เสมอเมื่อเรียนรู้ที่จะเติมพลัง

เพราะชีวิตคือเรื่องราวที่ครบรส ได้เกิดมาเพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆ
ได้ฝึกฝนและพยายาม และท้ายที่สุดผู้ที่สามารถเข้าใจความทุกข์นั่นต่างหากที่จะเป็นผู้เข้าใจคุณค่าของสิ่งต่างๆ

ผู้ที่สามารถยืนหยัดได้บนโลกที่วนเวียนทั้งทุกข์สุขนี้ จะเป็นผู้ที่สามารถทำในสิ่งที่สร้างสรรค์สามารถช่วยเหลือได้ทั้งตนเองและผู้อื่น

ชีวิตของมนุษย์เรามิใช่จะต้องมีแต่ความสุขด้านเดียว แต่ความทุกข์นั้นล่ะ ที่จะส่งเสริมเป็นส่วนผสมให้จิตใจของเรามีพลัง

วันที่ฝนตกยังมีวันที่ฟ้าใส   มีทุกข์ก็มีสุขปะปนกันไป สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้เวลาตั้งใจทำในสิ่งที่ดีมีค่า ต่อชีวิตนั่นต่างหากที่ควรนำจิตไปจดจ่ออย่างสำคัญที่สุด

ตัวอย่างบทความ วงการดูแลเด็กเล็ก

บทความการดูแลเด็กเล็กเป็นบทความที่จะต้องใช้ความเข้าใจ ในโลกของเด็ก และต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้รับข้อมูลที่จะต้องได้ข้อมูลที่ ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายหรือจิตใจของเด็ก และความปลอดภัยอยู่เสมอ


ตัวอย่างบทความ1

ไม่ทดสอบพรากของรักไปจากเด็ก

การหยอกเย้าเด็กด้วยการแกล้ง ให้เด็กรู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียหรือพรากจาก เป็นเรื่องที่ส่งผลต่อโครงสร้างของจิตใจเด็ก

ไม่ว่าจะมีผู้ใหญ่ที่รู้สึกสนุกกับการหยอกเด็ก  หรือไม่ว่าจะมีผู้ใหญ่ที่อยากพิสูจน์อยากทดสอบ ว่าเด็กรักในตัวบุคคลหรือในวัตถุนั้นๆ อยู่มากแค่ไหน เห็นแล้วรู้สึกชอบใจ ที่เด็กมีความรักให้กับสิ่งเหล่านั้น


การจะทำเรื่องนี้ หากจะทำเพื่อการกระตุ้นให้เด็กรู้สึกตระหนักหวงแหนมากยิ่งขึ้น หรือรักมากยิ่งขึ้น จะต้องกระทำโดยมีแบบแผนมีความเหมาะสมมีวิจารณญาณ และมีวิธีที่ถูก   ไม่ทำพร่ำเพรื่อและต้องทำเพื่อการสอนสั่ง มิใช่ทำเพื่อเล่นสนุก

และควรทำอย่างเหมาะสมกับสภาพความเปราะบางของเด็ก  ไม่ควรใช้วิธีที่เข้มข้นแรงเกินไป

เมื่อทำลงไปแล้ว ต้องชี้แจงสิ่งที่สอน ให้เขาเข้าใจด้วย เช่น  ในเด็กที่มีพฤติกรรมไม่รักษาของชอบทิ้งขว้างของ ให้เข้าใจว่าสิ่งของมีโอกาสที่จะหายได้อย่างไร  และเวลาที่ของหาย รู้สึกถึงคุณค่าของสิ่งของอย่างไร


หรือในเด็กที่มีพฤติกรรม เกเร ไม่เหมาะเข้ากับผู้คน  ก็ต้องสอนหลังจากให้บทเรียนด้วยว่า ในยามที่ผู้คนหนีเลี่ยงออกห่างจากเด็กนั้นเพราะอะไร

เพราะหากกระทำลงไปอย่างปราศจากแบบแผนที่ดี ทำลงไปแล้วปล่อยให้เด็กเสียใจฟุ้งซ่านอยู่คนเดียวกลไกลระบบความคิดของเด็กอาจจะผลิตโครงสร้างผิดๆมาประกอบกับเหตการณ์ได้หรืออาจมีความผูกใจ เพิ่มจิตนิสัยเกรี้ยวกราด  หรือมีลักษณะของความวิตกกังวล เพิ่มขึ้น

ความรักความหวงนั้น เป็นเรื่องที่มีทั้งรูปแบบที่มีข้อดี และรูปแบบที่มีข้อเสีย การฝึกให้เด็กกลายเป็นคนที่หวงของมากๆ อย่างขาดวิจารณญาณแยกแยะ และความสมเหตสมผลก็เป็นสิ่งไม่ควร

การฝึกให้เด็กผูกใจรักในตัวบุคคล ยึดติดมากๆ จนมีความกลัวความผวาที่จะพรากห่าง นั่นก็เป็นลักษณะที่ไม่ควรเช่นกัน

แม้ว่า พ่อแม่หลายคนจะเชื่อว่าอีกหน่อยพอลูกๆโตขึ้นก็คงจะเข้าใจได้เองและเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมได้เองนั้น ก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้จริงอยู่  แต่การสร้างปมใดปมหนึ่งที่ผิดปกติขึ้นในวัยเด็กนั้น จะสามารถส่งผลเชื่อมโยงไปในระบบความคิดความอ่าน ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมอื่นๆได้ภายภาคหน้า จากชั้นของจิตสำนึกที่ฝังลงลึกมากตั้งแต่วัยเด็กนั่นเอง


ตัวอย่างบทความ2

การเลือกเสื้อผ้าแต่ละฤดูให้กับเด็ก


การเลือกสรรเครื่องแต่งกายให้กับเด็กในช่วงฤดูกาลต่างๆนั้น อาจจะยังเป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองหลายต่อหลายคนละเลยในเรื่องที่มีส่วนต่อโอกาสทางพัฒนาการของเด็กไปอย่างน่าเสียดาย

การเลือกชุดเครื่องแต่งกายในแต่ละฤดูหรือสภาวะอากาศนั้น โดยทั่วไปแล้วในโลกของผู้ใหญ่ ดูจะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากสักเท่าไหร่ แต่นัยยะที่สำคัญสำหรับโลกของเด็กๆนั้น เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งซึ่งมีส่วนที่ส่งผลต่อพัฒนาการทางความคิด จินตนาการ อารมณ์และอุปนิสัยจิตใจของเด็กๆ ที่อยู่ในวัยอันมีสภาวะของการปลูกฝังและพัฒนาการที่รวดเร็วกว่าผู้ใหญ่

 อีกทั้งประเด็นที่สำคัญนั่นก็คือ เด็กๆไม่สามารถเลือกเสื้อผ้าจัดสรรเสื้อผ้าในแต่ละวันได้ด้วยตนเอง ไม่สามารถทำสิ่งต่างๆได้สะดวกเท่าโอกาสและการตัดสินใจของผู้ใหญ่



โดยเฉพาะในเด็กที่ยังเล็กมากๆ ที่ไม่สามารถรายงานให้ผู้ใหญ่ทราบได้ว่า ชุดแต่งกายในวันนั้นส่งผลต่อเค้าอย่างไรบ้าง แตกต่างกับบรรดาผู้ใหญ่ที่สามารถเลือกเสื้อผ้าได้อย่างเข้าใจตัวเองเข้าใจสถานการณ์ได้มากกว่า  หากตระหนักถึงข้อนี้ผุ้ใหญ่จะพึงระวังได้มาก  เพราะแม้แต่การซื้อเสื้อผ้าให้ตนเองยังต้องคิดหลายจุดยากที่จะให้ใครคิดแทนได้   ดังนั้นยิ่งต้องเข้มงวดในการเลือกสรรให้กับลูก

นอกจากนี้เด็กในช่วงอายุ4-7ขวบ บางครั้งยังเลือกที่จะอยากใส่เสื้อผ้าตัวโปรดที่เขาชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นสีสันลวดลาย หรือมีลายตัวการ์ตูนตัวโปรด โดยยอมที่จะอดทนกับความรู้สึกสวมใส่ไม่ค่อยสบาย หรือแม้แต่ใส่แล้วไม่สอดคล้องกับสภาพอากาศด้วย

ผลกระทบเหล่านี้ อาจกลายเป็นปัญหาได้หลายทาง  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผดผื่นคัน อาการทางผิวหนัง ที่เกิดขึ้นจากชนิดของเสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสมกับฤดูร้อน ซึ่งอาจหนาไปหรือเป็นเพราะใยผ้าสังเคราะห์ที่ขัดขวางการระบายอากาศ รวมไปถึงการแพ้ชนิดของใยผ้า

อีกทั้งยังมีเสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสมกับฤดูหนาว เช่นเสื้อผ้าที่ดูผิวเผินภายนอกเหมือนเสื้อผ้าที่หนา อบอุ่น แต่กลับซึมซับความเย็นหรือปล่อยผ่านความเย็น จนเกิดปัญหาทางสุขภาพ

นอกจากนี้ยังมีกรณีของเสื้อผ้าที่ช่วยในเรื่องของการปรับสภาพทางอากาศ แต่กลับมีปัญหาในเรื่องทำความสะอาดยากหรือมีขนละอองที่ก่อภูมิแพ้ได้  หรือสะสมสารเคมี ตกค้างได้ง่าย

หากลักษณะอาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงหรือชัดเจน ก็ยังเป็นเรื่องพอที่จะแก้ไขปรับเปลี่ยนได้ทันในกรณีของพ่อแม่ที่มีความสนใจสังเกตมากพอ

แต่หากลักษณะอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างชัดเจนรุนแรง ให้ปรากฏพบเห็นตรวจสอบได้โดยง่าย และมีการค่อยๆสะสมผลเสีย บั่นทอนแทรกซึม นี่ก็จะกลายเป็นภัยเงียบให้แก่เด็กอย่างน่าเป็นห่วง

การมีปัญหาทางสุขภาพหรือการสวมใส่ไม่สบายตัว นอกจากจะบั่นทอนทางร่างกายแล้ว ยังรบกวนภาวะอารมณ์ของเด็กๆ สะสมความรำคาญ ความเครียด ซึ่งต่อผลกระทบด้านลบไปยัง สมาธิและจินตนาการสร้างสรรค์ ทั้งยังส่งผลกับอุปนิสัยได้อีกด้วย

ดังนั้นแล้วการเลือกสรรเสื้อผ้าให้กับเด็ก ผู้ปกครองควรพิจารณามีหลักการเลือกและ แยกประเภทออกให้เหมาะสม



อย่างเช่น เสื้อผ้าที่มีความสวยงามหรือเป็นที่ถูกใจสำหรับเด็กๆหรือผู้ปกครอง หากมีลักษณะกับการสวมใส่ที่ไม่รองรับสภาพอากาศ รองรับสุขอนามัย รองรับการสวมใส่เป็นเวลานาน ก็ควรแบ่งให้เป็นชุดสำหรับไว้ใส่ในบางโอกาสที่เหมาะสมและระยะเวลาที่เหมาะสม อาจจะให้ลูกๆได้ใส่บ้างเพื่อกระตุ้นความสนุกสนานมีชีวิตชีวา

เสื้อผ้าใดที่เหมาะกับการรองรับสภาพอากาศแต่ละแบบแต่ละระดับของอุณภูมิ ก็ควรคัดเลือกให้สอดคล้องและสังเกตอย่างถี่ถ้วนอย่ามองเพียงผิวเผินภายนอก

เสื้อผ้าใดที่เหมาะสมกับการสวมใส่ในระยะเวลานาน มีการคลุกคลีมาก มีการสัมผัสใกล้ชิดใบหน้าและระบบทางเดินหายใจมาก ก็ควรเน้นในเรื่องของสุขอนามัยเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ยังควรพิจารณา ในเรื่องของกระบวนการซักทำความสะอาด การเลือกใช้สารเคมี ที่เหมาะสม

เพียงเท่านี้คุณจะได้รับความคุ้มค่าที่ได้รับกลับมาจากการใส่ใจรายละเอียดเหล่านี้ ซึ่งส่งผลดีอย่างเป็นประโยชน์ให้กับชีวิตน้อยๆที่คุณรักได้อย่างมากมาย อย่างที่ใครหลายคนอาจนึกไม่ถึงและละเลยไปกับช่วงเวลาสำคัญทางพัฒนาการอย่างน่าเสียดายเลยทีเดียว

ตัวอย่างบทความ แนวสุขภาพ

การเขียนบทความในด้านสุขภาพ อาหาร วิตามิน ไวตามินและยานั้น สิ่งที่ต้องตระหนักเป็นสำคัญสำหรับจรรยาบรรณนักเขียนนั่นก็คือความรับผิดชอบต่อสังคม
เพราะเนื้อหาบางอย่างเกี่ยวข้องกับการแพทย์ เกี่ยวข้องกับชีวิตคน  ผู้เขียนจะต้องอาศัยวุฒิภาวะและวิจารณญาณอย่างเข้มงวด  ประเด็นใดที่ควรที่จะต้องมีการรอผลวิจัยที่แน่ชัดต้องไม่ด่วนสรุป หรือต้องระบุให้เพิ่มการไตร่ตรอง  ประเด็นใดที่เป็นเรื่องซับซ้อนมากๆ มีบทวิจัยขัดแย้งกันจากหลายแพทย์หรือหลายผู้แนะนำ หากเลี่ยงได้ควรเลี่ยง อีกทั้งต้องตรวจสอบความชัดเจนของข้อมูลที่เชื่อถือได้ และการลงข้อมูลต้องถูกต้อง    สิ่งใดมีตัวแปร หรือมีผลข้างเคียงอย่างไรต้องขยายผลให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นผู้เขียนอาจก่อกรรม ต่อผู้รับข้อมูลไปใช้อย่างผิดๆจนเกิดอันตรายต่อผู้รับข้อมูลไป

ตัวอย่างบทความ

ควรทานวิตามินบีเป็นประจำ โดยเฉพาะในภาวะโรคเครียดหรือซึมเศร้า

จริงอยู่ว่า เรื่องของใจนั้นต้องแก้ที่ใจ
แต่ภาวะทางร่างกายก็มีส่วนเกี่ยวข้อสำคัญเป็นอย่างมากเช่นกัน โดยเฉพาะในเรื่องของสารสื่อประสาทสมอง   การสร้างปัจจัยให้เหมาะสมที่สุด คือสิ่ง ที่จะสนับสนุนกันทั้งเรื่องของการปรับทัศนคติให้แก่จิตใจและในเรื่องของการรับประทานวิตามินหรือยา

ซึ่งจะช่วยสามารถบรรเทา ในยามที่คุณตกอยู่ในภาวะความเคลียดหรือกลุ้มเศร้าเรื้อรัง

เพราะในภาวะเหล่านี้ สภาพของระบบประสาทสมองจะ ทำงานหนักมากและใช้สารอาหารและวิตามินในร่างกายไปเยอะมาก

หากคุณคือผู้หนึ่งที่ตกอยู่ในภาวะเครียดเรื้อรัง หรือซึมเศร้า
วิตามินบี 6/12 นั้นถือว่าเป็นวิตามิน กลุ่มหนึ่งที่คุณควรทานเป็นประจำ

วิตามิน บี 6 (ไพริดอกซิน) มีความจำเป็นต่อการทำงานของสมอง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง
ควบคุมสมดุลย์ของเกลือแร่ในร่างกาย ช่วยเสริมภาวะการย่อยอาหาร การดูดซึมของไขมันและโปรตีน รวมไปถึงการสร้างระบบภูมิต้านทานในร่างกาย

วิตามิน บี 12 (ไซอะโนโคบาลามิน) มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของเซลล์ต่าง ๆ ป้องกันการ ถูกทำลายของเส้นประสาท ช่วยในการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท


การรับประทานวิตามินบี นั้นให้ผลดีขึ้นกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าหลายๆราย เพราะอันที่จริงแล้วระบบความคิดระบบสมองของคนเรานั้น ในภาวะที่บอบช้ำ และมีรายละเอียด ที่ถูกทำลายจากภาวะตึงเครียด รวมถึงมีภาวะกดดัน
สภาพแบบนี้คนผู้นั้นยากมาก ที่จะมีสภาวะของความหยั่งรู้ได้ถึง ปัญญา ความคิดในเชิงบวกหรือเตือนสติตนเอง และแม้แต่ระบบความหยั่งรู้โดยระดับสัญชาติญาณ ธรรมชาติก็เสื่อมสภาพด้วย จึงยากมากที่จะหลุด ออกจากปัญหายากมากที่จะได้พักจากพวังความคิด ยากที่จะได้ข้อคิดดีๆ หรือไตร่ตรองความคิดได้อย่างถูกต้อง




หากลองนึกถึงสภาพคนอดหลับอดนอนหลายวัน คนแบบนี้ยากเป็นอย่างยิ่งหากต้องมาคิดมาบวกเลข หรือมาแก้ โจทย์อะไร อย่าว่าแต่คิดแก้ไขปัญหาความเครียดให้ตนเอง

และเมื่อสภาพสมองแย่ๆยิ่งพากันไปคิดเรื่องเครียดๆ ก็ยิ่งพากันเครียดไปใหญ่ในขณะที่ ระบบอารมณ์ของร่างกายก็สับสนบกพร่องดังนั้นนอกจากการพักฟื้นร่างกายพักผ่อนร่างกาย และบำบัดจิตใจตัวเองแล้ว
ยังควรต้องใส่ใจในเรื่องของอาหารและการทานวิตามิน ซึ่งวิตามินบี จะช่วยฟื้นฟูระบบประสาทความคิด และฟื้นฟูระบบกลไกล อารมณ์ในร่างกาย


การทานเป็นประจำ นั้นสำคัญว่า จะต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมถูกต้องด้วย

หาก ทานแล้วรู้สึกดีขึ้น นั่นก็มิใช่แปลว่าจะทาน ทีละมากๆได้เพราะสามารถกลายเป็นภัยได้

การทานวิตามินทุกชนิดจะต้องอยู่ในปริมาณที่ถูกต้องในแต่ละครั้ง
ซึ่งวิตามินบีนั้นยังสามารถหาทานได้จากแหล่งธรรมชาติอีกด้วย อย่างเช่นธัญญาพืชต่างๆ ข้าวกล้อง ขนม ปังโฮลวีทและทานเสริมด้วย วิตามินแบบเม็ดจากยี่ห้อที่มีคุณภาพดีๆได้รับการรับรองมาตรฐานได้เช่นกัน