วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2555

จิตวิญญาณสำคัญแค่ไหนต่อการเขียนบทความในเชิงเจาะลึกและต้องการสไตล์

ในชีวิตนี้ของผม ผมเคยได้พบเจอผู้คน หลายๆคนที่ผู้คนบางคนในสังคมไปเรียกเขาว่าบ้า เรียกว่าเป็นเอามาก หรือเรียกเขาว่าเพ้อเจ้อ

 คนที่มักถูกกล่าวคำครหาเหล่านี้ใส่ ส่วนมากก็มักจะเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นต่อวงการใดวงการนึง
มีความเข้มข้นต่อโลกส่วนตัวที่เขารักสูง  อาจจะมีอารมณ์รุนแรงหรืออ่อนไหวต่อเรื่องราวนั้นๆ
บางคนบ้ามวย บ้าบอล บ้าวงการนักร้อง บ้าดารา บ้าอิเลคทรอนิกส์ฯลฯ

ที่ต้องใช้คำว่าบ้านั้น เพราะบางคนไม่ได้เป็นในลักษณะแค่รักตั้งใจใฝ่ตนในหนทางนั้น
แต่บางคนเป็นเอาหนักแทบทุกลมหายใจ ไม่ว่าเสื้อผ้ารองเท้า รูปภาพในห้อง คำพูดและการกระทำ มักจะเป็นสิ่งที่มีแต่สัญลักษณ์ของวงการเหล่านั้นมาเกี่ยวข้อง

 เราจะไม่ชี้นำสรุปตอบว่าอะไรมันคือดีไม่ดี สมควรหรือไม่สมควร

แต่ทว่า การที่คุณจะเขียนบทความ ที่ต้องการความเข้มข้นทางจิตวิญญาณเข้าไปด้วย คุณจำเป็นต้องมีในหลายๆสิ่งของคนที่คุณเรียกเขาว่าบ้านั่นล่ะ มามีในตัวคุณ

 
บางทีชีวิตคนในสังคม ต่างหากที่อาจบ้าก็ได้ เพราะพวกเราปล่อยให้กระแสจากทีวีวิทยุ และผู้คนรอบด้านชี้นำเราได้ง่าย ชักจูงให้เราเป็นในสิ่งตามกระแส และค่านิยม
และเราก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงินเพื่อมาสนองค่านิยมต่างๆ
ผ่านวันผ่านปี เด็กเกิดมาเรียน เรียนจบทำงาน รับเงินเดือน หาแฟนแต่งงาน ซื้อของที่ต้องการ และออกงานสังคม แก่มารับบำนาญ เข้าออกโรงพยาบาล และชรารอวันตาย

 นี่ใช่ไหมชีวิตของคนปรกติที่ไม่บ้า

 
บางทีหากคุณมีเพียงหลักเท่านี้และในชีวิตไม่มีใจรักต่อเรื่องราวใดๆที่นอกกรอบจากสิ่งเหล่านี้บ้างเลย  มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จู่ๆคุณจะมาเข้าถึงจิตวิญญาณของวงการสาขาต่างๆ  และบรรยายถ่ายทอดมันได้ เว้นแต่ว่าคุณจะเป็นนักเขียนบทความประเภทกระแสสังคม หรือเรื่องราวต่างๆในสังคมนิยมส่วนใหญ่ นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

แต่หากคุณอยากจะลองเขียนบทความในเรื่องที่ ใช้จิตวิญญาณในสิ่งที่มองไม่เห็นได้ง่ายทั่วไปในสังคม
ซึ่งเป็นเรื่องราวเฉพาะกลุ่มเฉพาะวงสังคมวงการหนึ่งแล้วล่ะก็  คุณต้องมีอะไรที่มากกว่านั้น

 แน่นอนว่าหลายคนกล่าวไว้ว่าการเขียนบทความคือต้องมี รูปแบบชีวิตที่หลากหลาย ลุยมารอบด้านพอสมควรบ้างจะทำให้ได้เปรียบในเส้นทางนักเขียน
 
ถ้ารูปแบบความเป็นมาในชีวิตของคุณ เคยชินเพียงแต่ วัยเด็กตั้งใจเรียน
มีการได้ทำในเรื่องเปิดประสบการณ์อื่นๆเล็กน้อย ไปทัศนศึกษา  ชวนเพื่อนชวนกันทำเรื่องสนุกสนานเฮฮา ทำวีรกรรมนู่นนี่ ตามประสาเด็กๆ และวัยรุ่น
ได้เปิดประสบการณ์ด้วยการไปเที่ยวต่างจังหวัด ได้ดูหนังฟังเพลง เที่ยวผับ พอเข้าสู่มหาลัยก็ตั้งใจเรียนและเรียน คบแฟนเกี่ยวก้อยอินเลิฟ จบมาทำงานก็จับจ่ายใช้สอย ไปเที่ยวตากอากาศ 
ได้รู้จักผู้คนจากสาขาวิชาชีพนั่นนี่ แล้วจะมาพูดว่าคุณผ่านรสชาติชีวิตมามากและมีประสบการณ์มากแล้วล่ะก็

 

ผมขอบอกเลยว่ารูปแบบชีวิตแบบนั้นมันช่าง แสตนดาดร์พื้นฐาน มาก
คุณเคยเอาตัวคุณเองไปสัมผัสโลกในมุมอื่นๆบ้างกี่โลก?

โลกนั้นๆที่คุณเข้าไปสัมผัส เข้มข้นแค่ไหน มีเนื้อค่าอย่างไร และคุณลุยจนเข้าถึงได้แค่ไหนและนานเท่าใด คุณลุยจริงหรือเปล่า หรือคุณลุยในสภาพสบายๆตัวสบายกายและแวะชม

 คุณเคยมีวงการที่คุณมุ่งมั่นศึกษาค้นคว้าด้วยใจรัก เอาจริงเอาจังกับมันแบบสุดกู่ในวงการนั้น
มาแบบไหน เป็นวงการอะไร เข้มข้นแค่ไหนและนานเท่าใด

 คุณเคยเอาตัวเองเข้าไปสัมผัสวิถีชีวิตของนอื่นๆอย่งจริงจังหรือไม่ สัมผัสชีวิตแบบไหน สัมผัสมันดีแค่ไหน จนเข้าสู่ถึงก้นบึ้งได้เท่าใด รุ้ลึกเจาะลึกในโลกของเขาได้เพียงใด

 เปรียบเปรยไปดั่งวงการนักดนตรี  ที่หลายคนจบมหาลัยดนตรีแต่ไม่สามารถผลิตผลงานเพลงให้โด่งดังได้ นั่นเพราะเขามีแค่ทฤษฎีแต่ยังขาดจิตวิญญาณในจิตใจที่จะมาผลักดันการแต่งเพลงของเขาได้ โดยที่จิตวิญญาณหลายด้านนั้นจำเป็นต้องได้จากประสบการณ์
ที่มันไม่ใช่มีในซีดี หนังสือ ยูทูปและห้องซ้อมดนตรี
มันเป็นประสบการณ์ที่คนผู้นั้นต้องไปใช้ชีวิตในรุปแบบนึงจึงจะเข้าใจ

 หาไม่แล้วก็ทำได้แค่เอาสำเนียงเพลงของไอดอล มามิกส์ผสมผสานตามแนวทางกันไปรอฟลุ๊คเจอสำเนียงที่โดนหูผู้ฟังเท่านั้น แต่มันจะไม่ใช่เพลงที่เกิดขึ้นจากจิตวิญญาณ

 จิตวิญญาณที่ได้จากรูปแบบการใช้ชีวิต ให้เข้าใจรสชาติของจิตใจในสภาวะการต่างๆ อย่างแท้จริงมันเป็นจิตวิญญาณคนละแบบกับจิตวิญญาณที่ ไปนั่งบิ้วท์ ฟิลลิ่ง มโนอุปโลกษณ์ปรุงแต่งทึกทักเอาเอง

 นักเขียนก็เช่นกัน สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณต้องมีมันคือสิ่งเหล่านี้  ในยามที่คุณจะต้องเขียนเรื่องราวที่ต้องใส่อรรถรสแห่งจิตวิญญาณลงไป
ชนิดที่คนในวงการนั้นมาอ่านเจอก็เข้าใจได้อย่างแจ่มชัดในอรรถรสที่เข้มข้นได้ว่าคุณคือ คนจากโลกของเขาจริงๆ

 แต่หากว่าคุณไม่ใช่และพยายามจะฝืนทำแสร้งทำ เลียนสำเนียงเลียนสำนวนของผู้คนในวงการนั้น
มันอาจจะทำได้แต่มันก็ยากมากๆกว่าที่คุณจะเขียนได้สักบทความ ซึ่งต่างจากคนที่เขียนออกมาจากธรรมชาติความเป็นจริง

และผลงานที่เฟคออกมาก็อาจ ใช้ได้อ่านสนุกได้โลดแล่นในโลกนักอ่านได้
แต่มันอาจไม่รองรับความต้องการจากจิตใจของบางคน และการฝึกเป็นนักเฟคมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายซะด้วย จำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนมาพอสมควร

 สำหรับเทคนิคส่วนตัวของผมเองแล้วเวลาที่จะต้องเขียนวงการที่ผมยังไม่มีจิตวิญญาณในโลกเหล่านั้นเพียงพอนัก  แต่ผมก็จะให้เวลาส่วนนึงเพื่อที่จะทำความเข้าใจในโลกแบบนั้นก่อนที่จะเริ่มเขียน
ซึ่งมันก็มักจะออกมาดีกว่า การไม่ทำขั้นตอนนี้ทุกครั้ง

 

ดังนั้นการเก็บเกี่ยวจิตวิญญาณก่อนการเขียนถือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์มากที่นักเขียนไม่ควรละเลย

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น