ตัวอย่าง
เพิ่มพลังอิ่มเอมยามเช้ากับ
ห้องกินข้าวสไตล์คันทรี่
จะแสนวิเศษมากขึ้นกับกลิ่นอายของคันทรี่
หากลองจินตนาการว่าคุณกำลังได้พักอยู่ในบ้านที่อบอุ่นในท้องที่ชนบท
ที่ภายนอกบ้าน สามารถมองเห็นทุ่งหญ้า ท้องไร่ สายลมและแสงแดดที่บริสุทธิ์ คุณกำลังจะรับประทานอาหารกับครอบครัว แล้วออกไปสัมผัสบรรยากาศ ของชีวิตผู้คนในฟามร์ต่างๆ
หรือแม้แต่คุณเป็นชาวไร่ที่มีความสุขในวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ยามเช้าก็เปิดรับแสงอรุณด้วยรอยยิ้ม
ยามเย็นพลบค่ำก็กลับบ้าน มาด้วยร่างกายที่เมื่อยล้า
แต่สดชื่นด้วยหัวใจแห่งความขยัน
เรื่องราวที่แสนสุขเหล่านี้
คุณสามารถเนรมิตรกลิ่นอายเหล่านี้ได้แม้แต่บ้านที่อยู่ในสังคมเมือง
คุณจะได้รับพลังแห่งบรรยากาศของห้องทานอาหารคันทรี่
ที่ส่งความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าในยามเช้าพร้อมออกไปลุยงาน
และจะเป็นห้องทานอาหารที่แสนคิดถึงอยากรีบกลับมาในยามเย็น การใช้ผนังลายไม้ซึ่ง สร้างลวดลายได้หลากหลาย หรืออาจจะเป็นไม้ซ้อนกันเป็นชั้นระแนงก็สามารถทำได้ทั้งไสตล์ไม้เก่าหรือทำแบบเรียบหรูเคลือบเงา ขับพลังเพิ่มด้วยเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง รวมถึงเครื่องประดับ และภาพวาดควรใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติ
รวมทั้งลวดลายที่บ่งบอกถึงความสวยงามของธรรมชาติ และวัสดุที่ใช้งานภายในห้องเช่นโคมไฟหรือที่จับประตู หรือนาฬิกา อ่างล้างหน้า สามารถใช้ของสะสมประเภท งานของเก่า เข้าร่วมสร้างบรรยากาศได้เป็นอย่างดี
การใช้แสงไฟควรใช้แสงไฟที่ช่วยขับสีสันของเนื้อไม้ได้อย่างสะดุดตา อาจใช้แสงไฟที่ให้บรรยากาศของแสงคล้ายต้องแสงไฟจากกองไฟ
วัสดุปูพื้นสามารถเลือกได้ทั้งแบบไม้และแบบหินหรือลายอิฐบล๊อค
หรือไม้กระดานสไตล์คันทรี่ หรือหากชอบแบบเคาบอยก็อาจจัดทำในสไตล์ที่ให้อารมณ์ดิบสักลักน้อย ก็สามารถดูเก๋ได้ไม่เบา ในขณะที่ส่วนของเพดานอาจเลือกรูปแบบโชว์คานไม้
ที่เรียงสลับไขว้กันสวยงาม
ดึงดูดอารมณ์แบบคันทรี่ได้จับใจ
นอกจากนี้สามารถเพิ่มพลังของบรรยากาศได้อีกจากเตาผิง และปล่องไฟ
และที่วิเศษที่สุดคือบรรยากาศ
ภายนอกหน้าต่างหากคุณมีสวนหย่อม ที่สร้างฉากได้กลมกลืนกับบรรยากาศภายในตัวห้อง
นั่นแทบจะครบความสมบรูณ์แบบในสไตล์คันทรี่สุดแสนประทับใจ......................................................................................................................
เทคนิคประดับแสงไฟในห้องรับแขกอย่างโรแมนติค
นาทีที่คนพิเศษที่หมายปองของคุณ
ได้นั่งลงในห้องอันสุดพิเศษห้องหนึ่ง ภายในที่อาศัยของคุณ
นาทีนั้นนับเป็นนาทีที่หลายๆคู่รักแทบทั้งโลก
เฝ้าฝันเฝ้ารอให้มันเกิดขึ้น
เป็นนาทีที่ใครหลายๆคนเพ้อฝันละเมอหา แต่เมื่อมันมาถึงแล้ว มันก็สามารถทำให้จิตใจของคุณตื่นเต้นทำตัวไม่ถูกได้เพราะมันคือนาทีชี้ชะตา
มันคือวันแห่งการมัดใจ
มันมีไม่บ่อยและคุณต้องทำให้ดีที่สุด
แต่ทีนี้จะทำยังไงดีหากว่าเปิดบ้านเชิญคนรักแวะชมบ้าน
และปรากฏว่าบรรยากาศในห้องรับแขกช่างไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย
วันนี้เราจะมาเสนอเคล็ดลับ
เตรียมการวางแผน เอ๊ยไม่ใช่!
เตรียมการรับแขกคนพิเศษให้สุดแสนประทับใจ
แน่นอนว่าเมื่อห้องของคุณนั้นไม่มีอะไรที่ดึงดูดใจ หรือสวยงามสร้างบรรยากาศโรแมนติคได้เลยแม้แต่น้อย
การหรี่แสงไฟหลักเพื่อปิดบังสภาพเหล่านั้น
และเลือกใช้โคมไฟแสงอ่อนๆโฟกัสเฉพาะบริเวณจุดไคลแมกส์ของห้อง
ที่คิดว่านั่นคือบริเวณที่โอเคมากที่สุดแล้ว
และส่งแสงที่เรืองกระทบโดยรอบห้อง
จะพลันเนรมิตรให้แทบทุกอย่างภายในห้องนั้นโรแมนติคขึ้นมาทันที
การเลือกใช้โคมไฟ ที่จะต้องให้บรรยากาศของแสงที่นุ่มนวล
แต่หัวใจสำคัญของแสงไฟนั้นต้องสร้างความเป็นส่วนตัว ส่วนตัวชนิดประหนึ่งว่า
มีเพียงเราสองคนแอบเร้นจากสังคมที่วุ่นวายภายนอก
เข้าสู่โลกแห่งสองเรา
ดังนั้นแสงไฟที่ใช้ควรมาจากโคมไฟที่มีระยะขอบเขตุโฟกัสของแสง
แต่เป็นแสงอ่อนๆที่ไม่รุนแรง
ส่วนผนังห้องแนะนำให้ใช้ตัวหนังสือไฟที่มีข้อความอันแสนโรแมนติค
หากนึกภาพตัวหนังสือไฟไม่ออกให้นึกถึงหนังฝรั่งที่เป็นตัวหนังสือไฟติดผนัง
เรืองแสงสีเขียวหรือชมพูท่ามกลางบรรยากาศของบาร์ในยุค80
อาจจะเชยในสมัยนี้แต่เชื่อเถอะว่ามันเข้าถึงได้ถึงสัญชาติญาณทางความเซ๊กส์ซี่ในตัวมนุษย์เป็นอย่างดีแน่นอน
....................................................................................................................
ผสมผสานห้องครัวกับห้องนั่งเล่น
ให้กลายเป็นห้องปาร์ตี้สโมสรที่อบอุ่นประจำบ้าน
ไอเดียการทำห้องนั่งเล่น
มารวมกันกับห้องครัวโดยแบ่งเป็นโซนแต่อยู่ภายในห้องเดียวกันนั้น
มักถูกออกแบบขึ้นมา
เพื่อตอบสนองที่พักอาศัย ที่มีพื้นที่จำกัดอย่างเช่นคอนโด และอพาร์ทเมนท์ที่ไม่ต้องการ กั้นแบ่งจนแต่ละห้องพากันดูเล็กลงไป
การเชื่อมโยงระหว่างห้องสองประเภทให้เป็นพื้นที่เดียวกัน จะทำให้ได้ความโปร่งโล่งกว้าง
มีความรู้สึกที่ไม่อึดอัด แต่สำหรับบ้านที่มีขนาดไม่เล็กนั้น ไอเดียแบบนี้ก็สามารถทำได้และสร้างรูปแบบที่มีสไตล์ได้เป็นอย่างดี
โดยการจัดห้องนั่งเล่นรวมไว้กับห้องครัวนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงก็คือ เรื่องของคราบละอองจากอาหารและควัน รวมไปถึงเรื่องกลิ่นดังนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องมีก็คือ ระบบระบายควัน หรือเครื่องดูดควัน ต้องมีประสิทธิภาพสูง
และ
เรื่องที่ควรจะเป็น ก็คือควรพิจารณาประเภทของอาหารที่จะทำภายในห้องนั้นให้เหมาะสม
จะเป็นการดีที่สุด
นอกจากนี้แล้วยังสามารถตบแต่งเคาเตอร์บาร์มุมเครื่องดื่ม ความน่าดึงดูดใจของรูปแบบห้องนั้น
เคาเตอร์บาร์ถือว่าเป็นจุดเด่นเป็นอย่างมาก จึงควรพิถีพิถันในการเลือกแบบให้ดูเข้าตามากที่สุด
หากเป็นคอนโดหรือ อพาร์ทเม้นท์ก็ควรเลือกใช้เคาเตอร์ครัวและบาร์เป็นแบบบิวท์อิน
แต่หากเป็นบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือ
ก็สามารถเลือกรูปแบบได้ดั่งใจ
แม้แต่รูปแบบที่หรูอลังการ เฟอร์นิเจอร์ประเภทที่นั่งเล่นภายในห้อง
ควรหลีกเลี่ยงประเภทที่ใช้ผ้าห่อหุ้มหรือวัสดุที่ดูดหมักหมมกลิ่นความชื้นและคราบอาหารได้ง่าย รวมทั้งผนังในบริเวณครัวควรเลือกใช้วัสดุที่ทำความสะอาดง่าย ไม่ยึดเกาะคราบแน่น
เพียงเท่านี้การรับแขกไปด้วยและพูดคุยกับแขก หรือสมาชิกในบ้านที่อยู่ในโซนนั่งเล่น
และตัวเราเองทำครัวไปด้วยก็ดูเป็นเรื่องที่อบอุ่นเหลือเกิน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น