ทุกข์สุขล้วนต้องเจอแต่อยู่ที่มองอะไร
มนุษย์เรานั้น ความทุกข์คือสิ่งที่ทุกคนล้วนแต่ต้องเจอ แต่ทว่า กลับมีบางคนที่อาจเคยเข็ดขยาดจากเรื่องร้ายๆหรือยังรู้สึกบอบช้ำไม่หายดี
คนเหล่านี้หลายคนง่ายที่จะมองโลกในแง่ลบ
พวกเขามักจะคิดว่าชีวิตทำไมมันช่างมีแต่ความทุกข์ ที่มนุษย์ต้องเผชิญคิดถึงอดีต
จากนั้นก็พะวงถึงสิ่งต่างๆ จิตใจเฝ้าจับตาสังเกตุการเกิดขึ้นของความทุกข์ที่ต้องเป็นไปตามวัฐจักร ไม่ว่าการสูญเสียพรากจาก การล้างรา การเจ็บไข้ได้ป่วย การชรา และความตาย
พะวงที่จะจับจ้องแต่ด้านนึงของโลกที่ตนเองกลัวว่าเมื่อไหร่จะมาถึง
กังวลจดจ้อง ดั่งจิตที่แอบหมกมุ่นลึกๆภายใน สะกดจิตตนเองโดยไม่รู้ตัวอยู่ภายใน
การทำเช่นนี้จะทำให้จิตใจตกอยู่แต่ในบรรยากาศด้านลบของโลกนี้ โดยที่ลืมมองไปว่าโลกนี้ยังมีด้านบวก ยังมีเรื่องดีๆอีกมากที่สลับเข้ามาให้ได้ดื่มด่ำ ชื่นชม
แท้ที่จริงแล้วเรื่องร้ายๆนั้น มิได้ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนตลอดไป
ชีวิตเมื่อพบความทุกข์ก็ย่อมมีจังหวะได้พักจากความทุกข์ หรือแม้แต่มีสุขสลับเข้ามาบ้าง
เวลาของชีวิตนั้นยาวนานมากพอที่จะได้มีช่วงสลับพักเจออย่างอื่น และมีเรี่ยวแรงพอที่จะรับความทุกข์ต่างๆได้เสมอเมื่อเรียนรู้ที่จะเติมพลัง
เพราะชีวิตคือเรื่องราวที่ครบรส ได้เกิดมาเพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆ
ได้ฝึกฝนและพยายาม และท้ายที่สุดผู้ที่สามารถเข้าใจความทุกข์นั่นต่างหากที่จะเป็นผู้เข้าใจคุณค่าของสิ่งต่างๆ
ผู้ที่สามารถยืนหยัดได้บนโลกที่วนเวียนทั้งทุกข์สุขนี้ จะเป็นผู้ที่สามารถทำในสิ่งที่สร้างสรรค์สามารถช่วยเหลือได้ทั้งตนเองและผู้อื่น
ชีวิตของมนุษย์เรามิใช่จะต้องมีแต่ความสุขด้านเดียว แต่ความทุกข์นั้นล่ะ ที่จะส่งเสริมเป็นส่วนผสมให้จิตใจของเรามีพลัง
วันที่ฝนตกยังมีวันที่ฟ้าใส มีทุกข์ก็มีสุขปะปนกันไป สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้เวลาตั้งใจทำในสิ่งที่ดีมีค่า ต่อชีวิตนั่นต่างหากที่ควรนำจิตไปจดจ่ออย่างสำคัญที่สุด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น