วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ตัวอย่าง การเขียนนิยาย

ยามเย็นนับตามเวลา แม้แสงตะวันมิเคยเปลี่ยนเมืองโซรอสที่แสนเหน็บหนาวให้อุ่นขึ้นได้ กำลังคืบคลานมาถึง

นักเดินทางซกมก ผู้มีนามว่าแวร์ทาย ได้มานั่งข้างต้นมะพร้าวอยู่หลายชั่วยาม

กำลังเพลิดเพลินกับเสียงเจี้ยวแจ้วสนทนาของผู้คนในตลาดที่ยังไม่สร่างจางไปจากความคึกคัก

พลางพึมพำว่า

"น่องไก่น่องนี้ช่างอร่อยนัก  เมื่อดื่มคู่กับเหล้าข้าวโพดขวดนี้ก็รสชาติหวือหวาเข้ากันจริงๆ
เสียอย่างเดียวกินเยอะทีไร มันทำให้ข้ารู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน"

แวร์ทายพึมพำไปกินไป เหลือบตาไปมองเห็นขอทานน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ

"เฮ้สหายน้อย เราท่านนับว่าเป็นชนชั้นกลิ่นไอไม่ผิดกันนัก เอ้ามากินน่องไก่อร่อยๆด้วยกันเราให้ กินเต็มที่เลยยังมีอีกเยอะ"

พลางโยนน่องไก่ไปหนึ่งน่อง

"ไม่เป็นไรนายท่าน  ขอบคุณเรามีขนมปังแล้ว" ว่าแล้วก็หยิบมากัดได้คำนึง ก็เร่งร้อนดั่งมีธุระสำคัญใดเร่งรีบไป

แวร์ทาย กลอกตาไปมาอย่างเหนื่อยหน่ายรำพันว่า "ผู้คนนี่แปลกแท้น่องไก่อร่อยๆใยไม่ซื้อหามากินกัน ขนมปังนั้นก็เพียงแค่ดับดับหิวแต่ไม่มองเห็นความฝันถึงเตียงนุ่ม ที่ข้าอยากกลับไปเลยซักนิด

 บางทีหากสักวันข้าเหนื่อยหน่ายมีแต่ขนมปัง คงยอมกินตุ๊กแกย่างเสียยังดีกว่า

 รึว่าเป็นเพราะพวกพ่อค้าประหลาดที่ชอบยืนตามมุมเมือง คอยกล่าววาจาซ้ำซากพวกนั้นไม่รู้จักคำแนะนำใหม่ๆผู้คนให้ซื้อหากัน"

 ครู่ชั่วยามนึงก็ปรากฏกายของนักดนตรีหนุ่มท่าทางขี้โรคเดินแฝงมาในกลุ่มผู้คน แล้วจับจองพื้นที่ว่างเริ่มบรรเลงขลุ่ยในมือ

ใครเลยจะล่วงรู้ว่านักดนตรีท่าทางขี้โรคที่ดูอิดโรยนั้นแม้ไม่เป็นที่สนใจของสายตาผู้คน ท่ามกลางเมืองอันแสนหนาวเหน็บและเหือดแห้งจากรอยยิ้มของผู้คนในเมืองนี้

แต่แวร์ทายนับเป็นสหายหนึ่งเดียวที่คุ้นเคยแม้ไม่เคยกล่าวคำทักทาย

ผู้คนส่วนมากในเมืองต่างถูกประนามจากสายตาของแวร์ทายว่ามนุษย์ประหลาด บ้างพอรุดเข้ามาในเมืองก็เร่งรีบเดินไปหาซื้อปัจจัยที่ต้องการ พอซื้อเสร็จก็เดินจ้ำอ้าวมิใส่ใจอันใดข้างทาง

 บ้างก็นั่งนิ่งเงียบไม่พูดอันใดเป็นชั่ววันพอจะลุกก็ลุกหมายออกเดินทางจากไปทันที


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น