วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ตัวอย่างบทความเชิง เทคโนโลยี สารคดี

การเขียนบทความเชิงเทคโนโลยี หรือสารคดีนั้น ควรจะต้องมีหลักการจำแนกวิเคราะและมีประสบการณ์ในการเข้าใจหลายสิ่งรอบตัว สามารถรับสื่อความเข้าใจต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นใหม่ได้อยู่เสมอและถ่ายทอดออกมาอย่างสอดคล้องถูกต้อง และที่สำคัญต้องแม่นข้อมูล เพราะหากบิเบือนแม้แต่น้อยนอกจากจะไม่เป็นสาระคุณค่าแล้ว ยังอาจเป็นโทษต่อผู้คนได้


ตัวอย่างบทความ

เทคโนโลยีสเต็มเซลล์ กับการจัดเก็บอะไหล่ของตนเองไว้ใช้ภายหน้า

ชื่อของ เทคโนโลยีสเต็มเซลล์นั้นเป็นชื่อที่ผู้คนคุ้นเคยผ่านหูมาเป็นเวลานานพอสมควร
เป็นเทคโนโลยีในโลกยุคใหม่แต่ไม่ใช่เรื่องใหม่

สเต็มเซลล์ คือเทคโนโลยีของการนำเอา เซลล์ต้นกำเนิดมาใช้ในการรักษารักษาเนื้อเยื่อหรือฟื้นฟูร่างกายและมีความสามารถในหลายๆด้าน โดยหลักของกระบวนการก็คือการ ถ่ายผลัดเซลล์ให้กับร่างกาย กลับคืนสู่เซลล์ที่อ่อนวัยอีกครั้ง ในบริเวณของร่างกายที่ทำการผลัดเปลี่ยนสเต็มเซลล์

ทว่ากระบวนการของเทคโนโลยีสเต็มเซลล์ในปัจจุบันนี้ ยังมีแง่มุมที่ต้องควบคุมลักษณะการนำมาใช้ ซึ่งมีทั้งผลเสียงต่อต้านถึงกระบวนการผิดๆ ทั้งในเรื่องของการได้มาซึ่งเซลล์ต้นกำเนิดจากวิธีที่ผิดต่อศีลธรรม จริยธรรม  ทั้งการนำมาใช้ในแง่เสริมความงามอย่างผิดวิธี และทั้งในเรื่องของการอวดอ้างเกาะกระแสถึงเทคโนโลยีนี้จากสถานบริการต่างๆ ที่ใช้กระบวนการอย่างไม่มาตรฐาน หรือเชื่อมโยงเพียงเล็กน้อยแต่อ้างว่าใช้เทคโนโลยีนี้ และไม่ได้ประสิทธิผลจากเทคโนโลยีสเต็มเซลล์อย่างแท้จริง การนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์เกินกรอบอันควรมากเกินไป


อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงเทคโนโลยี สเต็มเซลล์ สำหรับบุคคลทั่วไป ยังมีปัญหาในด้านของค่าใช้จ่ายที่สูง และการเสี่ยงต่อผลข้างเคียง รวมถึงการสิ้นเปลืองในการใช้งาน ที่เกิดผลเพียงเล็กน้อยหรือเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ และต้องทำการเปลี่ยนถ่ายอยู่เสมอ

ซึ่งเทคโนโลยี สเต็มเซลล์ หากใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม ก็สามารถสร้างคุณประโยชน์ได้อย่างมหาศาล และก็ยังเป็นที่โต้เถียงกันอยู่พอสมควร ถึงการนำเทคโนโลยีนี้มาพัฒนา อันอาจเสี่ยงต่อการควบคุม ไม่ให้ใช้ในทางที่ผิด ซึ่งอาจควบคุมได้ไม่ทั่วถึง

โดยการใช้ในทางก่อเกิดประโยชน์และถูกต้องนั้น หมายถึงการได้มาซึ่ง
สเต็มเซลล์ โดยวิธีที่ไม่ขัดต่อจริยธรรม และการนำมาใช้ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บชนิดร้ายแรงต่างๆ

ซึ่งล่าสุดเทคโนโลยีสเต็มเซลล์ ได้พัฒนาวิธีในการได้มาซึ่ง
สเต็มเซลล์จากสายสะดือของทารก ด้วยการเสนอกระบวนการจัดเก็บรักษา ที่สามารถเก็บเลือดจากสายสะดือทารกไว้ได้ยาวนานนับหลายปี


โดยครอบครัวของทารกที่ใช้บริการในการเก็บรักษาสเต็มเซลล์สายสะดือ จากโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในเทคโนโลยีนี้ จะสามารถมีสเต็มเซลล์ ที่ใกล้เคียงกับความเข้ากันได้กับบุคคลในครอบครัว และตัวทารกเองในยามโต ไว้ใช้ในยามจำเป็น

 ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงจากการนำสเต็มเซลล์ ของบุคคลภายนอกอื่น มาใช้และเกิดความเข้ากันไม่ได้จนร่างกายเกิดปฏิกริยาต่อต้าน และเพิ่มการเห็นผลในการใช้งานเพื่อการรักษาโรคต่างๆได้ในภายภาคหน้า
ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคมะเร็งเม็ดเลือดและมะเร็งต่อมน้าเหลือง ความผิดปกติทางพัณธุกรรม
และเซลล์เม็ดเลือด และความผิดปกติของกระบวนการต่างๆในร่างกาย

นั่นเท่ากับว่า ลดปัญหาในด้านการขัดต่อจริยธรรม อันเนื่องมาจาก บุคคลนั้นๆได้ใช้สเต็มเซลล์ของตนเองหรือสมาชิกในครอบครัวของตนเอง ที่ได้เคยเก็บสเต็มเซลล์จากสายสะดือ เอาไว้ในยามหลังคลอด และยังลดปัญหาในเรื่องของผลข้างเคียงอีกด้วย

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังคงเป็นสิ่งที่ยังต้องได้รับการควบคุมและจับตาอยู่พอสมควร
อันเนื่องจากว่า แม้จะเป็นสเต็มเซลล์ที่มาจากบุคคลอื่น ก็ยังถือเป็นสิ่งที่ต้องการและมีมูลค่าอยู่เช่นกัน
หากมีการได้มาซึ่งเสต็มเซลล์ที่เอามาจากวิธีที่ผิด หรือการก่ออาชญากรรม นั่นถือเป็นภาวะที่สร้างความเลวร้ายต่อสังคมโลกเป็นอย่างมาก

อีกทั้งหากเทคโนโลยียุคใหม่ ส่งผลทำให้ ส่วนของร่างกายมนุษย์ก่อเกิดมูลค่ามากขึ้นเท่าใด
การพาณิชย์ที่ยิ่งทวีคูณขึ้นนั้น อาจทำให้เกิดข้อกังวลที่น่าเป็นห่วงถึงการ ยักยอก อวัยวะ ชิ้นส่วน หรือเซลล์ของร่างกาย ภายในโรงพยาบาลได้อีกด้วย ได้หรือไม่?


ท้ายที่สุดเท่าที่พบเห็นเทคโนโลยีสาขาต่างๆที่ผ่านเข้ามาในโลกยุคใหม่ หลายเทคโนโลยี ไม่สามารถถูกสกัดกั้นได้ แต่ทว่า หนทางในการทำอย่างมีครรลองที่ก่อเกิดขึ้น ก็ถือเป็นทางเลือกที่ผู้ใช้อย่างถูกต้องยังจะมีจำนวนอยู่จรรโลงโลกได้เช่นกัน

 ซึ่งเทคโนโลยี การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากสายสะดือ ของตนเองยามทารกไว้ใช้ในภายหน้า หรือไว้ช่วยคนในครอบครัวนั้น
เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการเผยแพร่และโปรโมทจากโรงพยาบาลต่างๆ และผู้ประสงค์ใช้บริการอาจยังต้องคำนึงถึง ประสิทธิภาพ ของผู้ทำกระบวนการ รวมถึงประสิทธิผลของรูปแบบวิธีนี้ ว่ามีการรับรองผล
อย่างเป็นมาตรฐานสากลแล้วในระดับใด และให้ความสำเร็จในระดับใด ก่อนจะตัดสินใจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น